Drunk

Week2 : ALCOHOL

Title : Drunk

Fandom : Naruto shippuuden

Author : Captmini

Rate : PG-13

Pairing : Naruto x Sasuke

#Ninjaอาทิตย์ละครั้ง

 

 

 

เบื่อ

 

 

ผมเบื่อ

 

 

 

ผมนั่งมองตรงไปที่ชายหนุ่มผมสีทอง เขากำลังนั่งกดเกมส์ในโทรศัพท์มือถือเครื่องบางในมือ ก้านนิ้วยาวเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำมันของขนมมันฝรั่งทอดลากไถไปกับหน้าจอจนแผ่นฟิล์มกันรอยขึ้นคราบเกรอะกรังดูไม่น่ามอง แต่ถึงกระนั้นดวงตาคมสีมหาสมุทรก็ไม่ได้ละสายตาออกจากมัน มือข้างที่ว่างอยู่หยิบกระป๋องเบียร์เย็นชืดขึ้นมาซดเป็นพักๆ ผมหันมองซ้ายขวาเริ่มสังเกตเห็นผู้คนเริ่มบางตาลงแล้ว

 

 

 

แหงล่ะ ก็ไอ้บ้านี่ชวนเขามาที่นี่ตั้งแต่สองทุ่ม และนี่ก็ห้าทุ่มเศษแล้วด้วย

 

 

ที่สำคัญ

 

 

มันไม่คุยกับผมสักคำตั้งแต่มาถึงร้าน

 

 

 

ถ้าจะสนใจแต่เกมส์มึงจะลากกูออกมาทำไมวะ! ฉุนเฉียว!

 

 

“ถ้าจะเรียกฉันออกมาดูนายทำตัวไร้สาระแค่นี้ล่ะก็ฉันกลับก่อนนะ” ผมทนนั่งเซ็งต่อไปไม่ไหวลุกขึ้นเตรียมเก็บเก้าอี้เข้าที่เดิม สายตาของมันตวัดขึ้นจากหน้าจอสมาร์ทโฟนขึ้นมามองหน้าผมงงๆ ก่อนเสียงห้าวทุ้มจะเอ่ยรั้งผม “อ้าว จะรีบกลับไปไหนล่ะซาสึเกะ นั่งด้วยกันก่อน”

 

 

ผมสังเกตเห็นใบหน้าของนารูโตะเริ่มขึ้นสีแดงจางๆที่เกิดจากแอลกอฮอล์ในเบียร์ที่มันเพิ่งกินไปได้สามกระป๋อง แววตาของเจ้านั่นแสดงออกชัดเจนว่าต้องการให้ผมนั่งลงที่เดิมซะ แต่ผมเลือกที่จะเดินออกมาไม่สนสายตาของไอ้หน้าหนวดแมวนั่น

 

 

“เฮ้ๆ ซาสึเกะ งั้นฉันกลับด้วย” เจ้าเซ่อนารูโตะรีบควักเงินออกมาจากกระเป๋าสตางค์รูปกบแสนปัญญาอ่อนของมันวางลงที่โต๊ะก่อนขายาวจะรีบก้าวตามหลังผมมาติดๆ

 

“นี่นายเดินช้าๆหน่อยสิ จะรีบไปไหนเล่า เดินเร็วขนาดนี้ฉันมึนหัวนะ” น้ำเสียงทุ้มบ่นอู้อี้ในลำคอ

“…….” ผมเลือกที่จะไม่ตอบ นี่มันไม่รู้ตัวเลยรึไงว่าผมกำลังน้อยใจที่มันสนใจเกมส์ ส่วนผมน่ะเหรอ เหอะ ก็นั่งมองมันกินขนมจิ้มโทรศัพท์เล่นไงล่ะ

 

 

เดี๋ยวนะ

 

 

น้อยใจ?

 

 

นี่กูกำลังน้อยใจมัน …กับโทรศัพท์ OTZ

 

 

 

“งอนแน่ๆเลยแบบนี้ ไหนบอกหมอสิครับว่างอนอะไร” หมอหน้ามึงอ่ะ

“ก็นายเรียกฉันออกมาทำไมถ้าจะสนใจแต่โทรศัพท์” พอผมพูดจบไอ้บ้านี่ก็ขำลั่น ดีนะที่บนทางเท้าตอนนี้ไม่ค่อยมีคนแล้ว ไม่งั้นผมจะรีบเดินหนีมันเดี่ยวนี้แหละ ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อมือหนาก็คว้าเข้าที่ต้นแขนของผมดึงให้หยุดเดิน ผมหันไปมองก็เห็นร่างสูงเอามืออีกข้างค้ำต้นเสาไฟฟ้า ใบหน้าก้มต่ำลง “เวียนหัวเหมือนจะอ้วกเล.. อ่อกกกก”

 

พูดยังไม่ทันขาดคำอาหารเอยเบียร์เอยที่อยู่ในท้องทำหน้าที่ขย่อนออกมา นารูโตะทรุดตัวลงโก่งคออ้วกใส่เสาไฟฟ้าเหมือนหมาที่เพิ่งไปกินหญ้ามาไม่มีผิด ผมได้แต่ย่อตัวลงลูบหลังมันป้อยๆ จะว่าเป็นความผิดของผมก็ได้รึเปล่านะ ก็ผมเล่นพาคนกรึ่มๆคล้ายจะเมาเดินฉับๆขนาดนี้

 

 

 

 

 

 

และก็ตามคาด

 

 

 

ผมต้องประคองควายกลับคอก พอถึงหน้าประตูห้องเช่าเล็กๆของมันผมก็รีบพาร่างเจ้าของห้องนั่งแหมะกับพื้นทางเดิน ก่อนจะก้มตัวลงไปค้นกุญแจเพื่อไขประตูให้ควายของผมได้เข้าไปนอนสบายๆข้างใน เพราะถ้าให้มันไขเองมีหวังคงได้เข้าห้องตอนฟ้าสางแน่ ลำพังแค่เดินยังไม่ตรงเลย

 

 

หลังจากจัดการหิ้วปีกพาเพื่อนหน้าโง่เข้ามาในห้องได้ผมก็จัดการส่งถึงเตียงโดนการถีบมันลงบนเตียงนุ่มๆ ขณะที่ผมนั่งลงบนเตียงตั้งใจแกะมือสากๆออกจากข้อมือของผมที่คิดว่าตอนนี้น่าจะขึ้นเป็นรอยแดงแล้ว จู่ๆมันก็ยกหัวขึ้นมาวางบนตักโดยหันเข้าหาหน้าท้องของผม “อะไรของนาย?”

 

“คืนนี้อยู่ด้วยกันนะซาสึเกะ” ผมสาบานว่าไม่คิดอะไรกับคำพูดนั้นเลยจนกระทั่งลิ้นอุ่นแตะเข้าที่หน้าท้องของผมโดยที่ผมไม่รู้ตัวว่ามันถลกเสื้อผมขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ลิ้นที่เคยแตะเบาๆนั้นค่อยลากเลียวนไปมาจนผมเริ่มเกร็งไปทั้งตัว ผมใช้มือดันหัวคนเมาที่นอนลวนลามผมออก แต่ปากของนารูโตะก็ยังคงสาละวนอยู่ที่เดิม จากที่เคยใช้มือดันตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้มือจิกผมเส้นสีทองของมันออก เรียกได้ว่าทั้งจิกทั้งทึ้ง ดูเหมือนเจ้านารูโตะจะเริ่มไม่สบอารมณ์กับผมเท่าไหร่ คนหน้าหนวดแมวผละออกลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนมือหนาจะคว้าหมับเข้าที่เส้นผมสีดำแล้วกระชากไปทางด้านหลังจนผมต้องเชิดหน้าแหงนมองเพดานตามแรงของอีกคน

 

 

 

“ทำบ้าอะไรวะ!” เสียงคนถูกกระทำตวาดขึ้น ใบหน้าหวานบูดบึ้ง สายตาจ้องคนที่ยืนค้ำหัวอย่างแข็งกร้าว

“รู้ตัวมั้ยว่าเวลาตัวเองโมโหนี่มันน่าเอาแค่ไหน”

“นารูโตะ!!”

“หึ” สิ้นเสียงที่แค่นออกมาจากลำคอร่างสูงก็โน้มตัวลงจูบกับคนใต้ร่าง แต่มีหรือที่ซาสึเกะจะยอม ร่างบางหันหน้าหนีแล้วเริ่มดิ้น นั่นทำให้นารูโตะต้องออกแรงดึงกลุ่มผมสีดำแน่นขึ้นจนซาสึเกะเริ่มเจ็บหนังศีรษะและปวดที่ต้นคอ มือสากอีกข้างที่ว่างล็อคเข้าตรงคางของคนใต้อาณัติเพื่อไม่ให้ดิ้นหนีก่อนจะออกแรงบีบจนปากทรงกระจับเล็กได้รูปต้องอ้าออก

 

ทันทีที่ซาสึเกะเปิดช่องให้อีกฝ่ายได้รุกล้ำแบบไม่เต็มใจ นารูโตะประกบปากซ้ำเข้าที่เดิมแถมคราวนี้สอดลิ้นเข้าไปไล่ต้อนดูดกลืนลิ้นเล็กอย่างกระหาย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตระหนก ซาสึเกะได้กลิ่นเบียร์จางๆที่มากับลมหายใจอีกคน และที่สำคัญ

 

 

นารูโตะกำลังมองมาที่เขา สายตาราวกับราชสีห์ที่มองลูกกวางใต้กรงเล็บ

 

 

จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด

 

 

 

แต่ราชสีห์เลือกที่จะปล่อย

 

 

 

 

หลังจากที่นารูโตะปล่อยตัวเขาให้เป็นอิสระ ซาสึเกะนั่งตัวสั่นแบบควบคุมตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้เลยสักครั้ง แล้วก็ไม่คิดด้วยว่าเพื่อนหน้าโง่ๆอย่างนารูโตะจะกล้าทำกับเขา ความรู้สึกหวาดกลัวตีตื้นมาที่ขอบตา “ซาสึเกะ .. ”

 

 

 

ผมไม่อยู่ฟังเจ้านั่นพูดอะไรต่อ ต่อมโมโหเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง สมองผมสั่งให้รีบพาตัวเองออกไปให้ไกลจากไอ้คนน่ารังเกียจนั่น เหอะ แค่ฟังมันพูดชื่อของตัวเองก็ไม่อยากได้ยินแล้ว มือที่สั่นน้อยๆของผมที่เกิดจากความโกรธหรือความโมโหอันนี้ผมเองก็ไม่แน่ใจจับเข้าที่ลูกบิดประตูก่อนกระชากออกด้วยแรงอารมณ์แล้วเดินปึงปังจากไปทิ้งบานประตูเปิดอ้าไว้แบบไม่คิดใส่ใจจะปิดมัน

 

 

มันเป็นบ้าไปแล้วหรือไง ผมเป็นผู้ชายเหมือนมันแท้ๆกลับทำอย่างกับว่าผมคือฮินาตะแฟนสาวของมันอย่างไงอย่างงั้น เมาเหรอ? หน้ามืดเหรอ? เห็นหน้าผมเป็นฮินาตะอย่างนั้นเหรอ? ประสาทจริงๆให้ตาย ผมเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับบ้าน พอถึงที่หมายก็รีบเดินกระแทกเท้าขึ้นห้องทันที โดยมีสายตางงๆของพี่อิทาจิที่กำลังดูฟุตบอลในห้องรับแขกมองตามผมอย่างไม่เข้าใจ

 

 

เอ … หรือว่าซาสึเกะจะเมนส์มากันนะ? << อิทาจิ

 

 

 

 

 

 

ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ศีรษะของผมปวดตึ้บๆเพราะพักผ่อนน้อย แหงล่ะ ก็เมื่อคืนข่มตาหลับทีไรเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าก็ฉายเข้ามาในหัวทุกที กว่าจะหลับได้ก็เกือบเช้า แต่ดูเหมือนว่าการนอนของผมต้องสิ้นสุดเพียงแค่นี้เพราะผมต้องไปโรงเรียน

 

 

และก็ต้องไปเจอหน้าไอ้คนน่ารังเกียจนั่นด้วย

 

 

 

เมื่อถึงโรงเรียนผมเดินดุ่มๆเข้าห้องโดยเมินสาวๆที่กำลังยืนเขินซุบซิบกับเพื่อนของเธออย่างออกรส ซึ่งผมเห็นจนชินตา ผมสูดลมหายใจลึกๆก่อนเข้าห้องเพื่อจะได้ใจเย็นๆไม่เข้าไปกระทืบไอ้บ้านั่นที่นั่งยิ้มแป้นแล้นอยู่กับเพื่อนๆในห้อง มืออีกข้างยกขึ้นโคลงหัวฮินาตะเล่นเบาๆอย่างถนอม

 

 

เหอะ ทีกับผมล่ะแทบจะบีบให้ตายคามือ

 

 

 

“อรุณสวัสดิ์จ้ะซาสึเกะ” ซากุระเดินเข้ามาทักทายผมก่อนจะผละเดินออกไปพร้อมกับอิโนะ หญิงสาวผมบลอนด์สีอ่อนยิ้มให้ผมบางๆแล้วเดินออกไป

 

 

ไอ้หน้าแมวหันมาทางผม ผมเองก็จ้องตอบสายตามันกลับไปเช่นกัน แต่จ้องได้ไม่นานผมก็ต้องเป็นฝ่ายหลุบตาลงก่อนเพราะคิดถึงสายตาที่มันใช้มองผมเมื่อคืน ถึงตอนนี้จะแตกต่างออกไปก็เถอะ ยังไงก็เกลียดอยู่ดี และดูเหมือนว่าเพื่อนๆจะดูสถานการณ์กันออกว่าผมกับเจ้านั่นกำลังทะเลาะกันอยู่ เพียงแต่ว่าพวกนั้นยังไม่รู้สาเหตุเท่านั้นเอง

 

“ฉันไม่รู้ว่านายสองคนทะเลาะอะไรกันมานะนารูโตะ แต่ตอนเที่ยงก็หาเวลาไปเคลียร์กันซะ เห็นแบบนี้มันน่ารำคาญ”

 

 

สิ้นเสียงชิกามารุ เสียงออดเริ่มคาบแรกก็ดังขึ้นเริ่มเรียนวิชาคาบเช้า นารูโตะครุ่นคิดคำพูดที่จะไปขอโทษซาสึเกะ สิ่งที่เมื่อคืนเขาได้กระทำกับซาสึเกะไปนั้นเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ แอลกอฮอล์ทำให้เขามีความคิดแผลงๆอยากแกล้งเจ้าหัวเป็ดนั่นขึ้นมา แต่พอลิ้นของเขาได้สัมผัสกับหน้าท้องบางสีขาวเนียนสะอาดนั่นก็ทำเอาสติกระเจิดกระเจิงเหมือนกัน รู้ตัวอีกทีก็เผลอทำตัวไม่ดีใส่เพื่อนรักไปซะแล้ว

 

 

แอลกอฮอล์ทำให้ผมหงุดหงิดง่ายเสมอ และเมื่อคืนซาสึเกะก็เป็นผู้โชคร้าย

 

 

แต่ก็ถือว่าโชคยังเข้าข้างหมอนั่นอยู่ ผมลืมตามองปฏิกิริยาคนใต้ร่างแล้วเกิดความรู้สึกผิด ผมทำให้ดวงตาที่แสนเย่อหยิ่งของเจ้าหัวเป็ดสั่นระริก … ราวกับว่ากำลังหวาดกลัวผมอยู่จริงๆ ผมจึงผละออกยืนมองเจ้านั่นนั่งตัวสั่นบนเตียงของผม ถามว่าที่ผมพูดว่ามันน่าเอาออกไปนั่นจริงๆแล้วผมรู้สึกแบบนั้นไหม?

 

 

เป็นความจริงครับ

 

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ผมก็ไม่ทราบว่าตัวเองกำลังสนใจร่างกายของซาสึเกะ ผมแอบคิดมาตลอดว่าถ้าปากเล็กๆที่ชอบว่าผมต่างๆนาๆกำลังปรนเปรอให้ผมอยู่มันจะรู้สึกดีแค่ไหน สายตาที่อวดดีของหมอนั่นถ้ามันช้อนมองผมด้วยอารมณ์อ้อนวอนและจำนนผมจะมีความสุขมากขนาดไหนกัน บ่อยครั้งที่ผมเก็บภาพในจินตนาการของตัวเองมาสำเร็จความใคร่เองบ่อยๆแต่ก็ไม่เคยสักครั้งที่จะล่วงเกินซาสึเกะเลย

 

 

งานนี้ก็ต้องโทษทั้งแอลกอฮอล์และอารมณ์ดิบจากจิตใต้สำนึกของผมเอง

 

 

 

เสียงออดพักกลางวันดังขึ้นเหมือนศีรษะของผมถูกฟาดด้วยของแข็ง มันรู้สึกหนักอึ้งเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไงกับซาสึเกะดี แค่หน้าผมเขายังไม่มองเลยด้วยซ้ำ สายตาผมเหลือบไปเห็นเจ้าซาสึเกะกำลังจะลุกออกจากโต๊ะเรียน ไวเท่าความคิดผมรีบก้าวเท้าเข้าไปหาทันที “ซาสึเกะ ฉันขอคุยด้วยหน่อยสิ”

“……….” เจ้านั่นไม่ตอบกลับอะไร ขาเรียวๆรีบจ้ำอ้าวออกห่างจากผม แต่ผมก็เดินตามมันไปทุกที่โดยที่เว้นระยะห่างเอาไว้ เพราะผมรู้ว่าเจ้าซาสึเกะจะอึดอัดมากถ้ามีคนที่ไม่สนิทหรือไม่ต้องการเห็นหน้าอย่างผมเดินตามต้อยๆแบบนี้ ผมก้มหน้าตอบไลน์แฟนสาวแปปเดียวเงยหน้ามาเจ้าหัวเป็ดก็เดินหายไปไหนแล้วไม่รู้ เร็วชะมัด ผมตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆต่อเพราะยังไม่อยากกลับห้องเรียน จู่ๆมือของเจ้าซาสึเกะก็โผล่มาคว้าหมับที่คอเสื้อของผมแล้วดึงเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดแคบๆก่อนจะปิดประตูล็อคลูกบิด

 

 

ถ้าคิดว่าเจ้านั่นมันจะคว้าคอผมมาจูบล่ะก็คุณคิดผิด นั่นไงหมัดเล็กๆมันตรงมาแล้ว หลับตารับชะตากรรมแปปครับ

 

 

พลั่ก!

 

 

ใบหน้าของผมหันตามแรงชก เห็นมือน้อยๆงี้หมัดหนักไม่เบานะ อูย .. ผมยืนนิ่งให้คนตรงหน้าทั้งอัดทั้งถีบจนผมเซชนผนังห้องแคบๆไปหลายที ถ้าห้องมันกว้างกว่านี้ล่ะก็ผมคงจะลงไปนอนวัดพื้นแล้ว ถึงแม้จะเหม็นกลิ่นอับและฝุ่นก็เถอะ ซาสึเกะนี่เลือกห้องได้ดีจริงๆ โซพราวด์ แต่นึกได้ว่าเจ้านี่มันแพ้ฝุ่นไม่ใช่หรือไง? ไวเท่าความคิดผมมองไปที่อีกคนที่จมูกเริ่มแดงเป็นกวางของลุงซานต้าไปแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ผมเบี่ยงตัวหลบหมัดก่อนจะจับข้อมืออีกคนตรึงไว้เหนือหัวชิดผนังห้องด้วยมือข้างเดียว

 

 

ซาสึเกะดูตกใจไม่น้อยที่จู่ๆผมก็ลุกขึ้นสู้แบบนี้ เจ้าตัวยืนนิ่งมองผมว่าจะทำยังไงต่อ “ฉันขอโทษ” ผมเปิดประเด็นที่อยากจะพูดทันทีเพื่อจะได้รีบเคลียร์แล้วพาอีกคนออกจากห้องนี้เร็วๆ แววตาของผมส่งไปขอโทษซาสึเกะเช่นกันแต่ดูเหมือนว่าร่างบางตรงหน้าจะไม่สบตากับเขาเลย “ซาสึเกะ…”

“อย่าเอ่ยชื่อฉันอีก”

“นายโกรธฉันสินะซาสึเกะ”

“ก็บอกว่าอย่าเรียกชื่อฉันไง! ฉันไม่ได้โกรธ ฉันรังเกียจเลยต่างหาก”

“ฉัน .. ฉันไม่ได้ตั้งใจ ตอนแรกก็แค่อยากแกล้ง”

“อ่อ เข้าใจแล้ว” ซาสึเกะตวัดสายตาขึ้นมามองผม สายตานั่นแสดงความผิดหวังในตัวผม “กับฉันน่ะนายจะทำยังไงก็ได้สินะ ไม่เห็นจะต้องแคร์เลยว่าฉันจะรู้สึกยังไง”

“………….”

“ไม่เห็นต้องคิดด้วยว่าถ้าฉันเกิดรู้สึกกับนายขึ้นมาจริงๆ เพราะนายน่ะไม่เคยสนใจความรู้สึกฉันอยู่แล้ว”

“ซาสึเกะ?” กลายเป็นผมที่ต้องเงียบฟังคนอีกคนพูดแทน

“ตั้งแต่ฮินาตะเข้ามาในชีวิตนายฉันก็ไม่เคยมีตัวตนมาตลอดไม่ใช่รึไง เวลาเดินด้วยกันก็ทิ้งฉันเอาไว้ข้างหลังไม่ใช่รึไงกัน” ซาสึเกะที่ถูกอารมณ์น้อยใจครอบงำจนเผลอพูดในสิ่งที่จิตรู้สำนึกกดทับไว้ระเบิดออกมา ที่ผ่านมาซาสึเกะไม่เคยรู้หัวใจตัวเองเลยด้วยซ้ำว่ารู้สึกยังไงกับเพื่อนตรงหน้า และอีกความรู้สึกที่ต้องยอมรับในตอนนี้คือ

 

เขาเพิ่งรู้ตัวเองก็วันนี้ว่าอิจฉาฮินาตะมาตลอด

 

 

ที่เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟตอนถูกจูบเพราะคิดถึงริมฝีปากของร่างสูงที่ประทับลงมาวันนี้ ก่อนหน้านั้นก็เคยผ่านฮินาตะมาก่อน เขารับไม่ได้จริงๆ …

 

 

นารูโตะที่เริ่มจับต้นชนปลายถูกก็อดอึ้งไม่ได้ นี่ซาสึเกะคิดเกินเลยกับเขามาตลอดเลยหรือ? แต่มันต่างกับที่เขาต้องการ

 

ซาสึเกะต้องการความรักจากเขา

แต่สิ่งที่เขาปรารถนาเพียงอย่างเดียวจากซาสึเกะคือร่างกาย …

 

 

“ซาสึเกะ สิ่งที่นายอยากได้จากฉัน ฉันให้นายไม่ได้จริงๆ”

 

 

END?

Advertisements