Tribute 1/3

Title : Tribute  (1/2)

Fandom : Naruto Shippuuden

Author : Captmini

Genre : Drama

Rate : R

Pairing : Naruto x Sasuke

Note : เรื่องนี้เกะอายุสิบหก โตะสามสิบสองนะคะ แนวเลี้ยงต้อยต้องมาค่ะ!

ร่างบางนั่งเหม่อลอยอยู่ปลายเตียงขนาดราชา ทั้งร่างกายตอนนี้มีเพียงผ้าแพรขาวให้สัมผัสลื่นผิวแถมมันก็แสนจะบาง ไหล่ขาวเนียนผ่องโผล่พ้นสาบเสื้อตัวโคร่งที่ปกคลุมร่างกายไว้ ซาสึเกะนึกน้อยเนื้อต่ำใจในชาติตระกูลของตัวเองยิ่งนัก ตระกูลอุจิวะถือเป็นตระกูลที่ผู้คนมากมายนับหน้าถือตา มียศถาบรรดาศักดิ์สูงใหญ่ แต่ใครเล่าจะรู้ว่า การที่อุจิวะจะมีทรัพย์สมบัติ มีบริวาร มีอำนาจมากมายขนาดนี้ เบื้องหลังมันน่าอัปยศแค่ไหน

ใครเล่าจะรู้ว่าอุจิวะขายลูกหลานให้กับราชันย์เพื่อแลกกับลาภยศและความสบาย

‘แม่ ทำไมต้องเป็นผม?’ลูกชายคนเล็กถามมารดาขณะนอนตักหลังจากที่แม่ส่งให้เขาไปรับใช้ราชันย์แห่งโคโนฮะ แล้วคำว่ารับใช้ในที่นี้คือไปบำเรอสวาทให้ราชันย์นั่นแหละ
‘โถ่ลูกรัก แม่นั้นไม่ได้อยากให้ลูกไปจากอ้อมอกของแม่เลยสักเพียงนิด แต่มันเป็นการตัดสินใจของเบื้องบน แม่เองก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้’มิโกะโตะลูบหัวบุตรชายคนเล็กด้วยความอาลัยอาวรณ์ พรุ่งนี้แล้วสินะที่เธอจะต้องมอบลูกชายให้แด่ราชันย์
‘แต่ผมไม่อยากทำ’ เหอะ ใครจะไปอยากทำกันล่ะ ถึงทุกคนจะเรียกเด็กบ้านอุจิวะที่ไปรับใช้ราชันย์ว่า เครื่องราชบรรณาการ ก็เถอะ แต่ถึงอย่างไรทุกคนก็รู้อยู่ดีว่าหน้าที่มันไม่ต่างกับอีตัวเลยสักนิด
‘อดทนหน่อยนะลูก เพื่อตระกูลของเราจะได้สุขสบาย’
‘แม้ผมจะไม่ได้สุขด้วยน่ะหรือ?’
‘ซาสึเกะ ถ้าแม่ทำแทนลูกได้แม่ก็จะทำ แต่คนที่ราชันย์เลือกคือลูก ถ้าลูกไม่ทำตระกูลของเราได้เสื่อมลาภเสื่อมยศเป็นที่อับอายแก่ผู้คนเป็นแน่ ลูกอยากจะเห็นครอบครัวเราถูกดูหมิ่นดูแคลนหรือ!?’ จบคำพูดซาสึเกะก็เด้งตัวขึ้นมาประจันหน้ากับมารดา คิ้วยาวเรียวขมวดเป็นปม
‘ยังไงผมก็ไม่อยากรับหน้าที่นี้ อุจิวะนี่ช่างน่าสมเพชจริงๆนะแม่ว่าไหม?’

เพี๊ยะ!!

มิโกะโตะตวัดมือบางใส่ใบหน้างดงามดั่งอิสตรีของบุตรชายจนขึ้นรอยแดงเป็นแถบนิ้วมือ ตั้งแต่ลูกเธอเกิดมาเธอหรือใครก็ตามแต่ไม่เคยได้ทำให้ซาสึเกะมีรอยฟกช้ำเลยแม้แต่นิด เฝ้าเลี้ยงทะนุถนอมมาดั่งแก้ว บัดนี้เธอได้ทำร้ายแก้วดวงนั้นให้แตกเป็นเสี่ยงๆเสียแล้ว
‘ลูกเกิดมาเป็นอุจิวะลูกก็ควรจะยอมรับความน่าสมเพชนี้มาแต่เกิดแล้ว นี่คือหน้าที่ของลูก และไม่มีสิทธิ์คัดค้านอะไรทั้งนั้น ชีวิตของอุจิวะนั้นอยู่ใต้ฝ่าเท้าอุสึมากิมาแต่ไหนแต่ไร ฉะนั้นลูกจะไม่รับหน้าที่นี้ไม่ได้’นางเอ่ยด้วยโทสะเมื่อเห็นว่าลูกชายสนใจแต่ตัวเองหาได้สนใจครอบครัวไม่

ซาสึเกะมองมารดาด้วยความตระหนก เขาไม่คิดว่ามารดาเพียงคนเดียวของเขาจะใจร้ายกับเขาถึงเพียงนี้ หน้าที่งั้นหรือ? เรียกมันว่าตราบาปที่มันติดตัวมาเห็นจะเข้าท่ากว่า ทำไมเขาต้องมาแบกรับหน้าของอุจิวะด้วย แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิดเดียว ขาเรียวหยัดยืนขึ้นเต็มความสูงก่อนจะก้าวฉับๆออกจากห้องไป เท้าเล็กย่างกรายไปที่แห่งใดในบ้าน ข้าวของที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยถูกกวาดลงมากระจายอยู่บนพื้นไม้เย็นเฉียบ สาวใช้บริวารต่างแง้มประตูแอบมองคุณหนูคนเล็กอาละวาดพังข้าวของโดยไร้เงาคนปลอบประโลมเช่นทุกที

อิทาจิฟังเสียงข้าวของล้มกระจายอยู่ในห้องตัวเอง ทั้งที่เคยเป็นน้ำเย็นคอยเข้าลูบแท้ๆ บัดนี้กลายเป็นน้ำเดือดปุดๆไม่แพ้น้องชาย เขาโกรธทุกคนในบ้านที่ไม่มีใครปกป้องซาสึเกะเลย ตัวเขาเองก็ถือว่ายังเป็นแค่นายน้อยไม่ใช่นายใหญ่ของบ้านแบบพ่อ แต่พ่อก็เลือกที่จะไม่ทำอะไร
.
.
.
.
.

ซาสึเกะสะดุ้งกายตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงประตู เหงื่อเริ่มผุดตามใบหน้าหวาน พยายามที่จะอยู่นิ่งๆเงียบๆบนเตียงคอยเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าที่ย่ำกรายเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม แต่เขารู้สึกว่าเสียงหัวใจเต้นโครมครามของตัวเองนั้นช่างน่ารำคาญเสียกระไร

ปีศาจมายืนอยู่เบื้องหน้าเขาแล้ว ..

“ที่บ้านเจ้าคงไม่ได้สอนเรื่องมารยาทสินะ ไม่รู้หรือว่าอยู่ต่อหน้าราชันย์เจ้าต้องทำตัวยังไง” มณีสีครามจดจ้องร่างเล็กของเด็กชายตรงหน้าด้วยสายตาดูแคลน ซาสึเกะยังคงนั่งตัวแข็งทื่ออยู่แบบนั้น ใช่ว่าจะไม่รู้เทศะที่ว่าอยู่ต่อหน้าราชันย์อย่างแรกเลยคือต้องลงไปหมอบกราบหรอกนะ แต่ที่ไม่ทำเพราะร่างกายมันขยับไม่ได้ เหมือนมีอะไรมาสะกดตรึงให้ต้องอยู่นิ่งๆ สายตาที่จับจ้องมางั้นหรือ? เขารู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่มันน่ากลัวข้างในนั้นต่างหากล่ะ

เมื่อนารูโตะยังคงเห็นคนตรงหน้ายังไม่ไหวติงก็เริ่มเกิดโทสะ นี่คิดจะพยศกันตั้งแต่คืนแรกเลยหรือไง?“บ้านของเจ้าคงไม่ได้สอนมาจริงๆ งั้นข้าจะสอนให้ ลงมาคุกเข่าแล้วคำนับข้าซะบุตรแห่งอุจิวะ” เขายังไม่อยากจะบีบลูกนกให้ตายคามือเสียตอนนี้

แต่ดูเหมือนว่าจะต้องฆ่าให้ตายคามือจริงๆแล้วสินะ ในเมื่อเด็กตรงหน้ายังคงนั่งแหมะที่เดิมไม่ทำตามคำสั่งของเขาแม้แต่นิด

ไวเท่าความคิด ร่างสูงของชายวัยสามสิบต้นๆพุ่งกระชากคอเด็กหนุ่มวัยสิบหกลงจากเตียงก่อนจะเหวี่ยงกระแทกพื้นจนร่างเล็กรู้สึกระบมตัวไปหมด “ทำอะไรเนี่ยมันเจ็บนะ!” ซาสึเกะเผลอตวาดใส่ราชันย์แต่เมื่อรู้ตัวก็หุบปากไม่ทันเสียแล้ว
“ข้าไม่รู้ว่าตอนอยู่ที่บ้านอุจิวะเจ้าเคยทำตัวเอาแต่ใจมายังไง แต่อยู่ที่นี่เจ้าไม่มีสิทธิ์”
“…..”
“ในสถานที่แห่งนี้ หน้าที่ของเจ้ามีแค่อย่างเดียว” ร่างสูงดึงแขนคนตัวเล็กพร้อมบีบแน่น “อย่างเดียว คือเป็นอีตัวให้กับราชันย์ ทีหลังอย่ามาทำกิริยาชั้นต่ำใส่ข้าอีก!”

มือหนาสะบัดคนตัวเล็กไปกองอยู่กับพื้นดังเดิมก่อนจะเดินออกไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด ทิ้งอีกร่างให้นอนจับแขนตัวเองที่ก่อนหน้านี้ถูกบีบจนกระดูกแทบหัก ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ ซาสึเกะฟุบหน้านอนร้องไห้กับพื้น ทำไมโชคชะตาต้องเล่นตลกกับเขาด้วย เขาไปทำสิ่งใดผิดมาหรือพระเจ้าจึงลงโทษกันเช่นนี้ ไม่มีบ้านให้กลับ แถมยังต้องมาอยู่กับคนใจยักษ์ใจมารอีก

รู้สึกตัวอีกทีตะวันก็ขึ้นฟ้าเสียแล้ว ซาสึเกะที่ร้องไห้จนฟุบหลับไปกับพื้นสลึมสลือตื่นขึ้นมา ก่อนจะพยุงกายให้ลุกขึ้นด้วยศีรษะที่หนักอึ้ง ร่างเล็กสะบัดหัวทุยๆไล่ความมึนนั้นออกไปก่อนจะลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว

ซาสึเกะเดินเล่นแก้เซ็งอยู่ภายในสวนที่ปักป้ายไว้ตัวเบ้อเริ่มว่าอาณาเขตหวงห้าม สวนของที่นี่นั้นใหญ่โตกว่าสวนที่บ้านอุจิวะมาก แถมยังเป็นเขาวงกตอีกต่างหาก หากหลงมาก็คงได้อดข้าวอดน้ำตายอยู่ในสวนนี้เป็นแน่ แต่ความคิดฟุ้งซ่านก็ต้องมีอันสิ้นสุดเมื่อเห็นราชันย์ยืนมองกระถางกุหลาบสีขาวด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่เขาสังเกตุเห็นสายตาวูบไหวแสนเศร้าสร้อยออกมาจากมณีสีคราม แต่แค่วูบเดียวเท่านั้นเพราะดูเหมือนราชันย์จะเริ่มรู้ตัวแล้วว่ามีคนบุกรุกเข้ามาที่นี่ ดวงตาคมตวัดขึ้นสบตากับผู้บุกรุกด้วยสัญชาตญาณที่ถูกจ้องมอง “เข้ามาทำอะไร?”
“ผม .. ผม .. เอ่อ” สิ้นเสียงทุ้มมีอำนาจของร่างสูงซาสึเกะก็อดที่จะประหม่าไม่ได้
“ถ้าวันหลังไม่เห็นป้ายที่บอกว่าแผ่นดินที่เจ้าเหยียบอยู่นี้เป็นเขตหวงห้ามข้าจะควักดวงตาของเจ้าให้สุนัขกินซะ” ซาสึเกะได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งเพราะรู้สึกได้ถึงความอ่อนแรงในน้ำเสียงนั้น ก่อนจะเอ่ยขอโทษเสียงอ่อน “ผมขอโทษครับราชันย์”

มันเรื่องอะไรกันนะที่ทำคนใจร้ายอย่างราชันย์หงอยเป็นลูกหมาแบบนี้ได้ จริงๆก็ยังมีความรู้สึกนึกคิดแบบคนอื่นเขาบ้างสินะ เรานี่มองคนในแง่ร้ายเสียจริง

“กุหลาบขาวกระถางนี้ท่านเป็นคนปลูกเองหรือ?”
“ไม่ใช่กงการของเจ้า ไปให้พ้นหน้าซะ”
“ครับราชันย์..”
“เดี๋ยว” ก่อนที่คนตัวเล็กจะหมุนตัวกลับร่างสูงก็เอ่ยรั้งไว้
“คืนนี้เข้าไปรับใช้ข้าตั้งแต่หัวค่ำเลย เข้าใจไหม?”
“ได้ครับ…”

ปีศาจมันก็ยังคงเป็นปีศาจอยู่วันยังค่ำล่ะนะ ขอถอนคำพูดก่อนหน้านี้แล้วกัน

ซาสึเกะเข้าไปรอปรนนิบัตรับใช้ราชันย์ตั้งแต่หัวค่ำตามที่ถูกรับสั่งไว้ ร่างกายเล็กในคืนนี้ถูกสวมด้วยยูกาตะสีดำหาใช่ชุดคลุมสุดวาบหวิวดั่งคืนก่อน แต่รอราชันย์จนแล้วจนรอดก็ไม่มาเสียที ใบหน้าหวานบูดบึ้งเนื่องจากความเมื่อยที่นั่งทับขาตัวเองมาเป็นเวลานาน จะนั่งสบายๆก็ไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าไอ้ปีศาจนั่นจะโผล่มาเมื่อไหร่ ถ้าคืนนี้เขาทำกิริยาไม่ดีอีกคงได้ถูกหักกระดูกเป็นแน่ แต่ตอนนี้เหน็บมันกินทั้งขาไปแล้วเรียบร้อย คิดได้ดังนั้นก็แอบยื่นขานั่งด้วยท่าทีสบายๆ แต่สบายได้สักเดี๋ยวเดียวบานประตูแกะสลักก็ถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้องทำเอาซาสึเกะกลับมานั่งสำรวมแทบไม่ทัน

เมื่อร่างสูงเดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่คิดหันมองเด็กชายที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้ ดวงตาสีนิลสังเกตเห็นลำคอของผู้เป็นเจ้าชีวิตขึ้นรอยสีแดงช้ำ ร่างกายกำยำที่ถอดเสื้อออกเผยให้เห็นผิวสีแทนสง่าที่มีรอยเล็บประทับอยู่บริเวณไหล่กว้างและแผ่นหลังซึ่งรอยยังดูสดใหม่อยู่

ที่มาช้าก็เพราะแต่ไปทำเรื่องแบบนี้เองสินะ

แล้วถอดเสื้อทำไม เอ๋?

“นั่งบื้ออยู่ได้ เข้าไปเตรียมน้ำให้ข้าอาบได้แล้ว”
“ค..ครับ เข้าใจแล้วครับ” ร่างเล็กผุดลุกรีบแจ้นเข้าห้องน้ำเมื่อเห็นสายตาที่สื่ออารมณ์รำคาญเขาเสียเต็มทนมาให้ นี่ทำอะไรผิดอีกล่ะเนี่ย ทำไมต้องโกรธกันตลอดเวลาด้วยควรจะเป็นเขาเสียมากกว่าที่ไม่พอใจ ปล่อยให้นั่งรอจนเหน็บกินขาตั้งนานแต่ตัวเองกลับไปเสวยสุขซะงั้น ไม่ยุติธรรมอีกแล้ว

ขณะที่มือบางเทน้ำกลิ่นหอมดอกไม้ผสมลงกับน้ำอุ่นในอ่างนั้นไม่ทันได้รู้ตัวว่าถูกร่างสูงประชิดตัวอยู่ทางด้านหลัง มือสากจับหมับเข้าที่เอวคอดจนร่างเล็กสะดุ้งเฮือกปล่อยขวดน้ำหอมที่ไว้ใช้อาบน้ำหล่นแตก “อ๊ะ!”

เพล้ง!

“อะไรจะตกใจขนาดนั้น?” ไม่พูดเปล่าแถมใบหน้ายังก้มต่ำมากระซิบเสียงแหบห้าวข้างใบหูเล็ก มิหนำซ้ำมือหนายังละลาบละล้วงเข้าชุดยูกาตะของร่างเล็กลากผ่านหน้าท้องแบนเรียบกับแผ่นอกบางก่อนจะหยุดอยู่บนยอดอกสีชมพูสดที่เริ่มจะชูชันสู้นิ้วแกร่งที่สะกิดลงมา
“อ๊ะ อย่า” ซาสึเกะร้องเสียงหลงเมื่อถูกคุกคามแบบไม่ทันตั้งตัว มือน้อยๆเลื่อนจับข้อมืออีกคนให้ออกห่างตามสัญชาตญาณ “เจ้ามีสิทธิ์ปฏิเสธข้างั้นหรือ?”

นั่นสินะ เขามีสิทธิ์อะไร ในเมื่อร่างกายนี้มันเป็นของราชันย์มาโดยชาติกำเนิดแล้ว

เมื่อเห็นร่างเล็กนิ่งไปนารูโตะจึงจับคนตัวเล็กหันหน้าเข้าหาในท่านั่งคุกเข่าก่อนจะดันแก่นกายร้อนใส่ปากอีกคน โดยที่ซาสึเกะก็ไม่ขัดขืนอะไร เอาเลยสิ อยากทำอะไรก็เชิญ เรียกร้องไม่ได้อยู่แล้วนี่

“จะอมนิ่งๆแบบนี้อีกนานไหม?” นารูโตะเอ่ยอย่างขัดใจความซื่อบื้อของคนตรงหน้า “อุจิวะก็ไม่ได้เรื่องทุกคนแบบที่ตระกูลข้าเล่าให้ฟังมาสินะ หึ” ว่าจบก็กระแทกกระทั้นแท่งร้อนใส่ปากคนตัวเล็กลึกเสียจนทิ่มคอหอย ซาสึเกะเริ่มรู้สึกอยากสำรอกอาหารเย็นออกมาเพราะมีอะไรมาจุกกระแทกเข้าที่ลำคอแต่ก็ต้องฝืนทน มือขาวยกขึ้นดันหน้าขาของราชันย์เอาไว้เพื่อไม่ให้เจ้าสิ่งที่มันอยู่ในปากเข้ามาได้ลึกเกินไป ลิ้นเล็กเริ่มหยอกล้อดูดกลืนแท่งร้อนที่แม้ว่าแทบจะใช้ลิ้นไม่ได้เพราะขนาดของผู้ใหญ่มันทำให้เขาเจ็บปากเหลือเกิน แต่ร่างเล็กก็พยายามที่จะเล่นกับมันเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจให้อีกฝ่ายหยุดกระแทกตัวเข้ามาเสียที

“อา .. เด็กดี” ด้วยความที่ลิ้นเล็กชื้นนั้นไม่ประสาเรื่องพวกนี้แต่กลับทำให้เขาเสียวซ่านขึ้นมาดื้อๆเสียอย่างนั้น ยามมองศีรษะทุยของคนข้างล่างขยับขึ้นลงนั้นสร้างความรู้สึกพิศวาสเด็กคนนี้ขึ้นมาไม่น้อย บ่อยครั้งที่ฟันของซาสึเกะขูดเข้ากับแท่งเนื้อในปาก มันทั้งเจ็บทั้งเสียวแต่นารูโตะก็เข้าใจขนาดของทั้งสองสิ่งที่ผสานกันอยู่นั้นว่ามันขัดแย้งกันเช่นไร

ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากรู้ว่าถ้าใส่เข้าไปในตัวเด็กคนนี้มันจะรู้สึกคับขนาดไหน

“อึ่ก” เมื่อแท่งร้อนถูกดึงออกมาจากริมฝีปากบางๆซาสึเกะก็รีบหายใจหายคอ
“หันหลังมา”
“ห้ะ .. ครับ?”
“ข้าบอกให้หันหลัง” ร่างเล็กออกอาการตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยอมหันหลังแต่โดยดีเพราะมือแกร่งจับที่สะโพกเขาไว้แล้ว อย่างน้อยก็คงจะต้องเบิกทางให้เขาก่อนอยู่ดีนั่นแหละ

“โอ้ย!!!” แต่ซาสึเกะคิดผิด นารูโตะไม่ได้เบิกทางให้เขาเลยแต่กลับเสือกไสแก่นกายเข้ามาในตัวเขาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่เข้ามาได้เพียงแค่ส่วนหัวเท่านั้น แค่นั้นก็ทำร่างเขาแทบแหลกเป็นชิ้นๆได้อยู่แล้ว
“อ..เอามัน…ออกไป” เสียงหวานเอ่ยขอร้องอย่างยากลำบากแต่ก็ไม่ได้เข้าหูราชันย์เลยแม้แต่น้อย เขาได้ยินเสียงจิ๊ปากอย่างขัดใจเพราะร่างกายของเขามันรองรับขนาดใหญ่โตของผู้ใหญ่ไม่ได้เพราะเชิงกรานยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่

“ช่วยตัวเองซะ”
“ผมไม่ทำ” ร่างเล็กบอกทั้งๆที่น้ำตานองหน้า
“หรือจะให้ข้าทำให้?” ในเมื่อมีทางให้เลือกแค่สองทางเขาก็ต้องเลือกทางที่จะให้ตัวเองเจ็บน้อยที่สุดโดยการเบิกทางเอาเอง อย่างน้อยนิ้วของเขามันก็เล็กกว่าของคนตรงหน้าอ่ะนะ ไวเท่าความคิด ซาสึเกะชันขาขึ้นแนบอกทั้งสองข้างก่อนนิ้วกลางเรียวจะแทรกผ่านช่องทางสวาทของตัวเองเข้าไป อา .. ฝืดชะมัด คนตัวเล็กดึงนิ้วออกก่อนจะนำมาไล้เลียกับลิ้นตัวเองให้เปียกชุ่มก่อนจะนำไปใส่ช่องทางด้านหลังที่ขมิบตอดรออย่างเดิม

และแน่นอนว่าทั้งหมดอยู่ในสายตาของราชันย์ เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเด็กตรงหน้ามันทำให้เขาคลั่งได้จริงๆแตกต่างกับก่อนหน้าที่เงอะๆงะๆลิบลับ

“อ่ะ..อา..ซี๊ดด คับจังเลยฮะ”คนตัวเล็กนิ่วหน้าด้วยความอึดอัดปากบ่นพึมพำ แต่นิ้วเรียวกลับสวนคำพูดด้วยการรูดชักเข้าออกอย่างรวดเร็วแถมยังเพิ่มนิ้วเข้าไปอีก นารูโตะเห็นแบบนั้นก็รู้สึกอยากแกล้งอีกคนขึ้นมา ก้านนิ้วแข็งแรงแทรกเข้าสู่กายเล็กก่อนจะขยับเข้าออกรัวๆไม่แพ้เจ้าของร่างกาย ซาสึเกะหวีดร้องเสียงหลงเพราะก้านนิ้วที่เข้ามานั้นกดถูกจุดกระสันของเขาแบบพอดีเป๊ะ ขาเรียวเริ่มสั่นเทาจากความเสียวซ่านที่คนตัวโตมอบให้ มือข้างที่ว่างจับขอบอ่างที่มีน้ำอุ่นๆขังอยู่ข้างในโดยไร้คนลงไปใช้งานเพื่อพยุงร่างที่ใกล้จะไหลลงไปนอนราบกับพื้นห้องน้ำแห้งชื้นเสียแล้ว

แต่แรงอารมณ์ที่ก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆกลับทำให้ซาสึเกะสติเลือนราง มือบางปล่อยจากขอบอ่างปล่อยกายให้นอนราบไปกับพื้นก่อนจะเปลี่ยนมาจับข้อมือแกร่งให้กระแทกลงมาไวขึ้น แผ่นอกขาวเนียนกระเพื่อมขึ้นลงรับกับใบหน้าแดงก่ำที่แหงนเชิดขึ้น ปากร้องครวญครางไม่หยุดจนนารูโตะไม่แน่ใจว่าตกลงใครเป็นฝ่ายปรนเปรอให้ใครกันแน่

“ดูทำเข้า หัดมียางอายเสียบ้างนะ” นารูโตะเอ่ยอย่างหมั่นไส้คนตัวบาง ตอนแรกยังอ้อนวอนไม่ให้เขาทำอยู่เลย มาตอนนี้ล่ะใช้นิ้วเขาเป็นเซ็กส์ทอยไปซะอย่างนั้น ก่อนจะดึงนิ้วตัวเองที่ปนกับนิ้วเจ้าเด็กไร้ยางอายในตัวอีกคนให้ออกมาแต่กลับโดนมือเล็กจับข้อมือรั้งไว้ไม่ให้เอาออก

ตอนมีอารมณ์นี่สุดแสนจะหน้าด้านจริงๆสิให้ตาย!

“ปล่อย” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่พอใจ เรื่องอะไรที่จะต้องให้ไอ้เด็กที่ถูกส่งมาบำเรอเขาให้มันมีความสุขก่อนด้วยล่ะ ต้องเป็นเขาไม่ให้หรือที่ต้องได้ความสุขก่อนมัน?

“ไม่…” โอ้ยอยากจะบีบคอมันให้ตายเสียจริง

“ซาสึเกะ” ร่างสูงกดเสียงดุแต่คนตัวเล็กกลับทำไม่สนใจพยายามดึงข้อมือของเขาอีกรอบ แต่คราวนี้จอมราชันย์ขืนเอาไว้ไม่ปล่อยตามเกมส์เด็กตรงหน้าอีกต่อไป ก้านนิ้วแกร่งหักงอเป็นตะขอเกี่ยวคนตัวเล็กให้ร่นมาอยู่ใต้ร่างก่อนจะดึงทั้งนิ้วตัวเองและอีกคนออกอย่างรวดเร็วแล้วแทนด้วยแก่นกายที่คราวนี้ดันแทรกเข้าไปได้เกือบครึ่ง ซาสึเกะทั้งตกใจทั้งเจ็บหวีดร้องแอ่นสะโพกหนีแต่เขาจับเอวเล็กดึงรั้งจนรูคับแน่นสามารถกลืนกินเขาไปได้ทั้งลำ หึ แรดไม่ออกแล้วสิแบบนี้

“มันแน่นเกิน ผม .. รับไม่ไหว…หรอก” เสียงหวานหอบกระเส่า เกร็งไปทั้งร่างกายบีบให้ส่วนนั้นที่นอนแช่อยู่ในตัวปวดหนึบขึ้นมาด้วย นารูโตะนิ่วหน้าก่อนจะขยับกายโดยไม่สนความปวดหนึบนั่น มือสากบดคลึงนวดที่เอวบางเพื่อให้อีกคนผ่อนคลายบ้างแต่ร่างกายของซาสึเกะกลับบีบแน่นขึ้นจนเขาไม่สามารถขยับร่างกายได้อีก ส่วนเจ้าเด็กนี่กลับมานอนน้ำตานองหน้าแบบเก่า ใบหน้าหวานเหยเกเพราะความเจ็บดั่งร่างทั้งร่างถูกบดกำลังแล่นริ้วเข้าสมองแล้วส่งให้ร่างกายเกร็งมากกว่าเดิม แต่ยิ่งเกร็งเท่าไหร่ร่างกายก็เหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่ถึงกระนั้นนารูโตะก็พยายามขยับกายเข้าหา เลือดที่ออกมาจากช่องทางฉีกขาดทำให้ร่างสูงสอดผสานกับคนใต้ร่างได้ดีขึ้น มือสากจับขาเรียวยกขึ้นอ้าออกกว้างเพื่อที่จะขยับเข้าไปง่ายขึ้น กายใหญ่โถมทับร่างที่นอนคว่ำหน้าก่อนจะกระแทกกระทั้นเอวสอบเข้าหาร่างเล็กจนเสียงหวานเอ่ยครางไม่เป็นภาษา ขาเรียวเล็กข้างที่ถูกลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศอ้าออกกว้างยกเกี่ยวคอราชันย์ไว้อย่างหาที่ยึด ปากร้องเสียประหนึ่งว่าเจ็บราวร่างสลายแต่สะโพกมนกลับยกขึ้นรับแก่นกายใหญ่โตอย่างรู้งาน ฝ่ายนารูโตะก็ไล่พรมจูบดุดเม้มแผ่นหลังขาวเนียนที่บัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยสีกุหลาบช้ำ มือหนาคว้าแก่นกายเล็กที่ชูชันสั่นไหวของซาสึเกะรูดขึ้นลงอย่างเอาใจ

แต่นั่นทำให้ร่างเล็กกลับมาเสียวเกร็งอีกครั้ง มวนท้องเริ่มปั่นป่วนเมื่อฝ่ามือร้อนของราชันย์กอบกุมส่วนนั้นของตัวเองไว้ ทั้งสองร่างสั่นกระตุกก่อนจะปล่อยน้ำสวาทออกมาพร้อมกัน น้ำอุ่นที่ฉีดเข้าในร่างกายทำเอาซาสึเกะสะดุ้งแข้งขาอ่อนไปหมด นารูโตะส่งนิ้วที่เปรอะเปื้อนน้ำกามของคนตัวเล็กให้เจ้าของมันได้ลิ้มลอง ลิ้นเล็กตวัดเลียตามก้านนิ้วแกร่งอย่างหลงไหลปีศาจตรงหน้า รู้ว่าอันตรายแต่กลับอยากครอบครองปีศาจร้ายนี้ไว้คนเดียว ราวกับว่าอยากได้สัมผัสเช่นก่อนหน้านี้ไม่มีที่สิ้นสุด
.
.
.
.

คืนนี้ก็เหมือนเฉกเช่นทุกคืน หลังร่วมสวาทกันจบราชันย์ก็ออกไปข้างนอกไม่อยู่ร่วมหลับนอนกับเขา ช่างน่าน้อยใจนัก แค่กอดยังไม่เคยได้จากราชันย์เลยสักครั้ง ทุกคืนต้องคอยนอนกอดร่างกายอันบอบช้ำเพียงลำพัง แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะอิดออดยามราชันย์ต้องการร่างกายของเขาสักเพียงเดียว ยอมให้ร่างสูงเอาเปรียบอยู่เรื่อยไปเพียงเพราะติดรสสัมผัสวาบหวามที่อีกฝ่ายมอบให้

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สงสัยว่าราชันย์ไปนอนที่ไหนในเมื่อห้องที่เขานอนอยู่ทุกคืนเป็นห้องของราชันย์ แล้วเจ้าของห้องไปนอนอยู่แห่งหนใด? ถึงจะสงสัยแต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงลุกตามออกไปดูหรอกนะว่าอีกฝ่ายหายไปไหนยามแยกกับเขาไปแล้ว ร่างกายขาวเนียนกัดฟันหยิบชุดยูกาตะที่หลุดไปกองอยู่ใต้เตียงขึ้นสวมลวกๆ ก่อนจะพยุงขาสั่นๆของตัวเองก้าวเดินออกไปตามทาง คืนนี้เขาต้องรู้ให้ได้

“เหวอ?!” ซาสึเกะที่มัวแต่ยืนยึกยักๆอยู่เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มหาจากทางซ้ายหรือทางขวาก่อนดีก็ชนเข้ากับคาคาชิที่เป็นผู้ดูแลของที่นี่เข้า แต่ยังไม่ทันที่ซาสึเกะจะได้หน้าจูบพื้นข้อมือแข็งแรงของชายผมสีเงินประกายก็คว้าตัวเขาได้ทันเสียก่อน “ดึกๆป่านนี้ออกมาทำอะไรครับคุณหนู”
“เอ่อ .. คุณคาคาชิพอจะเห็นราชันย์เดินผ่านมาบ้างหรือเปล่าครับ?” ซาสึเกะตัดสินใจถามออกไป คาคาชิเองก็ไม่ได้ใจร้ายอะไรกับเขานี่นา ใจดีกว่าราชันย์เสียด้วยซ้ำ
“คุณหนูต้องการสิ่งใดบอกกับกระผมได้นะครับ ไปรบกวนท่านตอนนี้คงจะไม่สะดวก” คาคาชิตอบปัดๆ
“รบกวน? ราชันย์กำลังทำงานอยู่หรือ?” ทำงานบ้าบออะไรตอนนี้กันล่ะ
“เปล่าครับ ราชันย์ต้องการอยู่กับภรรยาและลูกๆของท่านตามลำพัง ไม่ต้องการให้ใครมารบกวนครับ”

ภรรยา? ลูกๆ?

TBC.

Advertisements