Porcelain Doll

Title : Porcelain Doll

Fandom : Naruto Shippuuden

Author : Captmini

Genre : Erotic

Rate : R

Pairing : Sasori x Deidara ft.Tobi(Madara)

Note : คิดพล็อตไว้นานแล้วแต่เพิ่งขยัน *me//ยิ้มแห้ง*

 

 

 

ขาเตียงขูดกับพื้นจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังสลับกับเสียงเนื้อกระทบกันเป็นจังหวะ ร่างบางของเดอิดาระเริ่มดิ้นทุรนทุรายเมื่อฝ่ามือแกร่งเลื่อนบีบเข้าที่ลำคอระหง

“อ .. น นาย..ท่าน” เสียงหวานครางขาดหายเนื่องจากลำคอถูกปิดกั้น ซาโซริแค่นยิ้มออกมาเมื่อเห็นคนใต้ร่างหน้าแดงก่ำ น้ำตาไหลเป็นสายธารมองดูน่าเวทนา ใบหน้าที่บิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดนั้นทำให้เดอิดาระตอนนี้งดงามยิ่งกว่าอะไรในความคิดของซาโซริ

“สำออยจังนะไอ้เด็กเวร” เขาผละมือออกเพราะเห็นว่าคนใต้ร่างเริ่มหน้าเขียวหน้าแดงแล้ว ไหนจะเส้นเลือดในตาที่ดูเหมือนใกล้จะแตกเต็มทนอีก เขายังอยากเล่นกับร่างกายมันต่อ

“แค่กๆ” ทันทีที่มือแกร่งปล่อยลำคอขาวให้เป็นอิสระ เดอิดาระไอโขลกออกมาด้วยความทรมานเหมือนลำคอจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

ร่างโปร่งไม่สนใจกลับพลิกตัวเดอิดาระนอนคว่ำราบลงไปกับเตียงโดยที่ส่วนนั้นยังเชื่อมกันอยู่ ช่องทางสวาทดูดกลืนความเป็นชายของซาโซริเสียจนต้องเผลอนิ่วหน้า ก่อนจะยกสะโพกมนขึ้นเล็กน้อย เดอิดาระเหลียวหลังกลับไปมองคู่หูของตัวเองที่นิ่งไป เมื่อสบกับสายตาเย็นชาของซาโซริแล้วเดอิดาระก็รับรู้ความต้องการของอีกฝ่ายทันที

“ไม่เอา .. ไม่อยากทำ อืมม์” ใบหน้าหวานซบลงไปเตียงเพื่อหลบใบหน้าของซาโซริที่เริ่มหงิกเป็นยักษ์เป็นมารใส่เขาแล้ว

“เรื่องมาก” ด้วยนิสัยที่ไม่ใช่คนเซ้าซี้จึงขยับกายเข้าออกปะทะรุนแรงกับช่องสวาทอย่างไร้ปราณีด้วยความหงุดหงิด ขาเรียวหดชันขึ้นด้วยสัญชาตญาณ เล็บมือจิกเข้ากับผ้าปูเตียงจนยับยู่ยี่ เสียงหวานร้องครางดังลั่นจนซาโซริต้องโน้มตัวมากระซิบใกล้ๆจนแผ่นหลังเล็กติดกับอกแกร่ง

“จะเสียงดังให้หัวหน้าตื่นมาถลกหนังหัวแกรึไง” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงของร่างบางให้กลับมา ถึงเขาจะเกลียดไอ้หัวหน้าเพนคนนี้แค่ไหนแต่ก็ไม่อยากลองของหรอกนะ

“ก็ทำเบาๆสิ อืมม์!”

“หึ ปากดี”

สะโพกที่เคยส่งแรงมากระทบเรื่อยๆบัดนี้เริ่มถี่กระชั้นชิดขึ้น ใบหน้าคมฝังลงกับลาดไหล่เล็ก เหงื่อซึมออกตามไรผมจนชื้นไหล่บางไปหมดแต่เดอิดาระไม่ได้สนใจเขาเองที่ถูกเสียดสีกับเตียงก็ใกล้ถึงจุดหมายเช่นกัน มือบางคว้าหมับที่เส้นผมสีแดงเพลิงกำแน่นด้วยความเสียวซ่านจนลืมอะไรบางอย่าง …

“อ๊ะ!/อึ่ก!” ทั้งคู่สะตุกเกร็งก่อนจะปล่อยน้ำรักขาวขุ่นออกมาจนเตียงเลอะเทอะ เมื่อซาโซริดึงแก่นกายออกน้ำกามมากมายก็ทะลักออกมาจนเยิ้มลงตามหว่างขาเรียว มือหนากระชากคอคนที่นอนหมอบอย่างแรงจนเดอิดาระแทบจะลอยติดมือ

“ไอ้เด็กเวร ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามแตะตัวฉันถ้าไม่ได้รับอนุญาต?” เสียงทุ้มกดต่ำลงจนเย็นเยือก แต่อีกคนกลับจ้องกลับอย่างไม่ยอม

“ทีนายท่านยังจับตัวฉันเลย อืมม์”

“ก็แกเป็นของฉัน”

“นายท่านก็เป็นของฉั..”

“ไม่ใช่” สิ้นเสียงซาโซริก็ใส่เสื้อผ้าต่อแล้วกลับไปนอนเตียงตัวเองดังเดิมด้วยอารมณ์คุกรุ่น
เขาไม่ใช่ของมัน มันต่างหากที่เป็นของเขา

 

 

 

“หลีกไปไอ้โทบิ ฉันจะไปทำงาน อืมม์!” เสียงเดอิดาระแว้ดๆใส่ชายหนุ่มหน้ากากสีส้มสดใสที่มาป้วนเปี้ยนเขาประจำแบบนี้ทุกครั้ง

“ให้โทบิไปด้วยนะเซ็มปัย โทบิจะไม่ดื้อ โทบิเป็นเด็กดี!” น้ำเสียงกวนๆเป็นเอกลักษณ์ดังเจื้อยแจ้วแข่งกับเสียงหวาน แขนแกร่งกอดร่างบางไว้แน่นราวกับเด็กหวงของ

“หุบปากไปเลย อืมม์!”

“ปล่อยเดอิดาระซะโทบิ เราสายกันแล้ว” ซาโซริเอ่ยน้ำเสียงหงุดหงิดจากข้างในตัวหุ่นเชิดแมงป่องรูปลักษณ์น่ากลัว เขาเกลียดการรอคอยที่สุด ยิ่งเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ด้วยแล้ว

“รีบไปกันได้แล้ว” เพนตัดบทก่อนจะผลักเดอิดาระออกจากอ้อมแขนแกร่งของชายหน้ากาก
เดอิดาระก้มหัวน้อยๆให้เพนก่อนจะวิ่งตามซาโซริที่นำไปก่อนหน้าแล้ว

“อยากได้สัตว์หางเร็วๆไม่ใช่รึไงมาดาระ? ไปรั้งเขาไว้แบบนั้นเจ้าคาเสะคาเงะไหวตัวทันกันพอดี”

“ฉันอยากได้ไอ้เด็กนั่นเหมือนกัน” มาดาระในร่างโทบิกล่าวเสียงนิ่ง

“คิดว่าซาโซริมันจะยอมให้แตะของของมันรึไง?” เพนที่รู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดีเอ่ยขัด

“ฉันไม่สนหรอก เดี๋ยวมันก็ตายแล้ว” ใต้หน้ากากปรากฏยิ้มขึ้น

“ให้มันเอาสัตว์หางกลับมาก่อนแล้วกันค่อยลงมือ”

 

 

 

“หาอะไรของแกฟ่ะ?!” ฮิดันโวยวายเสียงดังก่อนจะเหยียบโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องนั่งเล่นของฐานลับ ชี้นิ้วใส่เดอิดาระอย่างหาเรื่องข้อหาที่อีกฝ่ายเดินไปเดินมาผ่านหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังฉายวาไรตี้โชว์จนฮิดันรำคาญตา

“ฉันหาไขควงซ่อมประตูไม่เจอน่ะ อืมม์”

“อยู่กับไอ้เวรตะไลซาโซริแน่ๆ มันใช้ไขข้อต่อตัวเองบ่อยหนิ” ฮิดันไหวไหล่เล็กน้อย

“นั่นก็หายเหมือนกัน อืมม์”

“แกสองคนห่างกันเป็นด้วยเหรอ? เห็นว่าออกไปข้างนอกกับไอ้โทบิสักพักแล้ว” คาคุซึที่นั่งเงียบเอ่ยขึ้นมา

“อ่า ขอบใจ” เดอิดาระเอ่ยห้วนๆพลางคิดว่าเจ้าสองคนนั้นมันไปทำอะไรกันมืดค่ำป่านนี้ ถ้าเป็นภารกิจเขาก็ต้องรู้เรื่องสิ เดอิดาระสะบัดหัวไล่ความคิดต่างๆออกไปก่อนจะล้มตัวนอนเมื่อถึงเตียงอย่างเหนื่อยล้า

 

 

 

 

 

เปลือกตาสีน้ำนมเปิดขึ้นเมื่อรับรู้ถึงน้ำหนักที่ทาบทับลงมาบนตัว เดอิดาระกระพริบตาซ้ำๆ มณีสีฟ้าฉายแววสงสัยไปยังผู้บุกรุก

“ไอ้โทบิ อืมม์?” เสียงหวานเอ่ยอย่างแหบแห้งไปยังบุคคลที่ยังนอนเกยทับอยู่บนตัวเขา

“โทบิมีข่าวจะบอกเซ็มปัยล่ะ!” น้ำเสียงยียวนดังขึ้นอย่างตื่นเต้น

“เรื่องอะไร อืมม์?” มือบางดันชายหน้ากากออกจากตัวพลางสอดส่ายสายตาหาคู่หูของตนที่ป่านนี้น่าจะกลับมา

แล้วแต่เตียงกลับว่างเปล่า

“คือแบบว่านะ หัวหน้าสั่งให้โทบิมาเป็นคู่หูกับเซ็มปัยตั้งแต่นี้เป็นต้นไปล่ะ” ไม่ว่าเปล่าร่างสูงยังรวบตัวคนตัวเล็กไปกอดไว้แน่นบนตัก

“อะไรของแกเนี่ยไอ้โทบิ นายท่านซาโซริหายไปไหน อืมม์!”  เดอิดาระพยายามแกะมือปลาหมึกที่เกาะรอบเอวออกแต่ดูเหมือนว่าแขนแกร่งนั้นจะออกแรงรัดแน่นกว่าเดิมจนหายใจลำบาก

“ก็โทบิกำลังจะบอกนี่ไงว่าซาโซริเซ็มปัยตายไปแล้ว”

“พูดบ้าอะไร ไม่มีทางอ่ะ นายท่านเนี่ยนะตาย อืมม์?” เดอิดาระหันใบหน้าหวานไปเผชิญกับโทบิ คิ้วเรียวขมวดใส่กัน

 

นายท่านซาโซริเก่งขนาดนั้นจะตายได้ยังไง? เรื่องฆ่าตัวตายยิ่งเป็นไปไม่ได้ นายท่านนั้นถือว่าศิลปะคือการคงอยู่ตลอดไปไม่มีทางที่จะจบชีวิตตัวเองแน่

 

 

“โทบิไม่ได้โกหกเซ็มปัยน๊า ไม่เชื่อถามหัวหน้าดูก็ได้”
พูดตามตรงว่าตอนนี้ในอกของร่างบางกำลังหวิวคล้ายว่ากำลังทำใจกับการจากไปไม่ลาของคู่หูที่พ่วงตำแหน่งคู่นอนแล้วก็ยังเป็น ..เจ้าของของเขาอีกต่างหาก ได้ตายจากไป หลังเดินทางกลับมาจากซึนะงาคุเระบ้านเกิดของซาโซริแล้วตลอดทางทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ ประโยคสุดท้ายที่ซาโซริพูดกับเขาถ้าจำไม่ผิดคงเป็น ‘กลับมาเร็วๆล่ะไอ้เด็กเวร ฉันเกลียดการรอคอย’

 

 

คิดแล้วโหวงๆในใจยังไงก็ไม่รู้

 

 

“-ปัย เซ็มปัย?” โทบิยกมือที่สวมด้วยถุงมือหนังสีดำโบกผ่านหน้าเรียกสติคนที่เหม่อไปมา

“อ.. แล้วแกจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เมื่อไหร่ล่ะ อืมม์?” เดอิดาระหันกลับมาสนใจไอ้ตัวปัญหาตรงหน้าต่อ

“ตอนนี้เลย ว่าแต่เมื่อกี้ใจลอยไปหาซาโซริเซ็มปัยใช่ม๊า~ โทบิรู้นะ” ใบหน้าหล่อคมใต้หน้ากากเลื่อนมาฝังที่ลาดไหล่เนียนจนคนถูกกระทำสะดุ้ง

“ไอ้โทบิ?!” เสียงหวานเอ็ดขึ้นเบาๆ

“เซ็มปัยไม่ต้องห่วงนะ อะไรที่ซาโซริเคยทำให้เซ็มปัยก่อนนอนประจำโทบิก็ทำได้เหมือนกันนะ” น้ำเสียงยียวนยังคงเอ่ยปกติแต่ใบหน้าของคนฟังเริ่มขึ้นสีเล็กน้อย

“นี่ ก แก ไอ้โทบิ”

“ถ้าเซ็มปัยยอมเป็นของโทบิ หัวหน้าจะไม่แตะต้องเซ็มปัยได้อีก ถ้าหัวหน้าข่มเหงเซ็มปัยแล้วล่ะก็ โทบิจะ-”

“เดี๋ยวๆไอ้โทบิ เพนมันคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าไปทำใหญ่โตใส่เดี๋ยวมันก็จับหักคอเอาหรอก อืมม์”

“หัวหน้าไม่กล้ากับโทบิหรอก”

“เหอะ” เดอิดาระแค่นหัวเราะใส่ก่อนเฟดตัวเองออกจากอ้อมแขน ล้มตัวลงนอนดังเดิมโดยพลิกตัวไปทางเตียงที่ซาโซริเคยนอน

 

นายท่าน ..

 

 

“เป็นของฉันนะเดอิดาระ” น้ำเสียงยียวนของอีกคนแปลเปลี่ยนเป็นเสียงแหบแห้งทุ้มต่ำที่เดอิดาระไม่คุ้นหู เมื่อพลิกตัวกลับไปนอนหงายก็ถูกทาบทับอีกครั้งโดยคราวนี้ชายหนุ่มถอดหน้ากากออก คนใต้ร่างยังไม่ทันได้สังเกตุใบหน้าก็ยื่นริมฝีปากเข้ามาฉกชิงความหวานไปอย่างดุดัน

“อื้อ!” ลิ้นเล็กที่ถูกดูดดึงจนเจ็บไปหมดเริ่มประท้วง อีกฝ่ายยอมผละออกไป

“อ ไอ้โทบิ?” เดอิดาระมองใบหน้าซีกขวาที่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ถึงแม้อย่างนั้นก็ไม่ทำให้ความหล่อเหลานั้นลดน้อยลงไปแม้แต่นิด

“ฉันชื่อมาดาระ อุจิวะ มาดาระ” เสียงทุ้มต่ำแนะนำตัวอย่างใจเย็น นิ้วเย็นไล้ไปตามพวงแก้มใส

“มาดาระ?” เสียงหวานทวนชื่อซ้ำอย่างสับสน

“ใช่ มาดาระ” ใบหน้าคมก้มลงมาหมายจะฉกชิงริมฝีปากรสหวานอีกรอบแต่คนใต้ร่างกลับหันหนีไปอีกทาง

“ไม่ใช่ตอนนี้ .. ขอร้อง” เจ้าของประโยคเอ่ยขึ้นอย่างหมดแรง เขายังทำใจเรื่องการจากไปของซาโซริไม่ได้จริงๆ

“อย่าเล่นตัวให้มันมากนัก เดอิดาระ” ฟันคมกัดลงที่ลำคอระหงอย่างแรงจนเรียกได้ว่าฝังเขี้ยว กายเล็กสะดุ้งหวีดร้องอย่างตกใจการกระทำที่ดูเหมือนสัตว์ป่ามากกว่าจะเป็นคนของชายตรงหน้า
มือหนาลูบไล้เข้าเสื้อตัวบางก่อนจะถลกขึ้นไปกองอยู่เหนือหน้าอก ริมฝีปากตรงเข้าดูดดุนยอดอกสีชมพูสดที่ชูชันวสู้กับลิ้นร้อนอย่างไม่มีใครยอมใคร แผ่นอกบางกระเพื่อมถี่เพื่อกลั้นแรงอารมณ์ของตัวเองพลางดันศีรษะของผู้คุกคามออกแต่ยิ่งดันมาดาระก็ยิ่งดูดรุนแรงมากขึ้นเท่านั้นเขาจึงต้องยอมแพ้เพราะความเจ็บหนึบ

“ไม่ๆ ตรงนั้นไม่” เดอิดาระร้องห้ามเสียงหลงเมื่อกางเกงผ้าถูกเกี่ยวลงพร้อมกางเกงชั้นใน ขาเรียวยกขึ้นปกปิดส่วนน่าอายไว้แต่ก็ดันถูกมือแกร่งอ้าออกกว้างจนของสงวนถูกเผยให้มาดาระได้เชยชมเต็มตา

“ห้ามมองเด็ดขาด ไอ้บ้าโทบิ อืมม์!” ฝ่ามือเล็กเลื่อนลงปิดส่วนอ่อนไหวของตัวเอง ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อสะบัดไปทางอื่นอย่างไม่คิดจะสบตาร่างสูง

“ฉันชื่อมาดา-”

“ชื่ออะไรฉันก็ไม่สนหรอก!!!” เดอิดาระตวาดใส่เสียงดัง นี่มันมากเกินไปแล้ว เขาเป็นคนมีชีวิตจิตใจ หาใช่ตุ๊กตากระเบื้องที่จะถูกใครก็ได้มาจับนู่นเล่นนี่ตามใจชอบ คนที่เขายอมให้ทำตามใจมีแค่คนเดียวเท่านั้นด้วย!!

“นี่ฉันต้องชื่อซาโซริหรือเปล่าถึงจะได้นอนกับนายน่ะเดอิดาระ?” มาดาระยังคงกล่าวเสียงทุ้มต่ำปกติราวกับไม่แยแสความรู้สึกแย่ๆของร่างเล็กที่ส่งผ่านทางสายตา

“มาทำให้มันจบเร็วๆดีกว่า”มือหนาล้วงเข้ากางเกงผ้าสีดำสนิทของตัวเองจับเอาแก่นกายที่ชูชันออกมาก่อนจะปัดมือเล็กๆนั้นแล้วกระแทกลำท่อนเนื้อแกร่งใส่กายบางอย่างรุนแรงจนมิดด้าม
ด้วยขนาดที่ใหญ่โตกว่าของซาโซริมากและไม่ได้รับการเบิกทางจึงส่งผลให้ช่องทางสวาทฉีกขาดจนทั้งสองได้กลิ่นเลือด เดอิดาระทั้งจุกทั้งเจ็บจนไม่อาจกลั้นเสียงแห่งความทรมานได้ แต่มาดาระที่เป็นพวกชอบความรุนแรงได้กลิ่นเลือดของร่างเล็กก็แทบคลั่ง เอวสอบเริ่มขยับตามสัญชาตญาณดิบแม้ว่ามันจะเข้าออกยากก็ตาม แต่เลือดก็มีส่วนช่วยให้เคลื่อนไหวในช่องทางเล็กแคบได้ดีระดับหนึ่ง

“อย่าเพิ่ง..เดี๋ยว..ข ขอพัก อ๊ะ .. ขอพักก่อน” เสียงหวานเค้นเสียงอ้อนวอนอย่างลำบาก ความคับแน่นเริ่มทำให้เขาหายใจไม่ทัน ยิ่งช่องทางของเขาตอดรัดร่างกายอีกฝ่ายถี่ยิบแค่ไหนอาการปวดหนึบในช่องท้องเองก็เพิ่มมากเท่านั้น เหงื่อซึมออกมาตามไรผม ดวงตาแดงก่ำจากเซ็กส์ที่เจ็บปวดก่อความเครียดขึ้นมาปะทุจนสมองสั่งการให้รวดร้าวไปทุกส่วนของร่างกาย

“อย่าทำหน้าเหมือนใกล้ตายแบบนั้นสิเซ็มปัย” มาดาระยังคงหยอกล้อและเพิ่มความเร็วเมื่อใกล้จะถึงที่หมาย เท้าเล็กจิกเกร็งกลางอากาศ มณีสีฟ้าเหลือกโปนแทบหลุดจากเบ้า ริมฝีปากซีดเผือดอ้าโกยอากาศเข้าปอดแต่กลับไร้เรี่ยวแรง ทั้งสองร่างกระตุกพร้อมกัน น้ำรักฉีดพุ่งใส่ในกายบางพร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่หมดไป
นายท่านซาโซริรอฉันอยู่หรือเปล่านะ กำลังจะไปหาเดี๋ยวนี้แหละ อืมม์

 

 

FIN.

นี่มันฟิคบ้าบออัลไล!?

Advertisements