Tribute 3/3

Title : Tribute

Fandom : Naruto Shippuuden

Author : Captmini

Genre : Drama

Rate : R

Pairing : Naruto x Sasuke

ซาสึเกะพาร่างสะบักสะบอมแม้จะได้รับการเยียวยาจากการพักผ่อนมาแล้วบ้างขณะที่อยู่บ้านของคาคาชิ จิตใจเริ่มห่อเหี่ยวหวาดกลัวต่างๆนานาว่ากลับไปจะโดนทำร้ายอะไรอีกบ้าง มือบางจิกเข้าและขยี้ชายแขนเสื้อยูกาตะสีดำเบาๆด้วยอาการกังวลจนคาคาชิที่เดินขนาบข้างมาสังเกตุเห็นท่าทีของเด็กหนุ่มข้างกาย

“เราผ่านทหารหน้าประตูมาได้ก็ไม่เห็นมีอะไรต้องกังวลเลยนี่ซาสึเกะ” เสียงทุ้มเอ่ยก่อนจะยกมือยีหัวทุยๆจนผมทรงตูดเป็ดกลายเป็นทรงรังนก ซาสึเกะหันมามองค้อนใส่แวบเดียวก็กลับไปสนใจทางเดินข้างหน้าต่อ “แบบนี้ราชันย์คงจะหายโกรธแล้วล่ะถึงได้ปล่อยให้นายเดินเข้ามาในนี้ได้อีก ว่าไหม?”

“แต่ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นนะ …” ซาสึเกะเอ่ยเบาๆราวกับพึมพำกับตัวเอง ราชันย์อาจจะถือดาบรอฟันคอเขาอยู่ในห้องก็ได้ใครจะไปรู้

หลังจากเดินเหม่อลอยมาตลอดทางรู้ตัวอีกที ปลายเท้าก็หยุดอยู่หน้าบานประตูอันแสนคุ้นตาเสียแล้ว แถมคาคาชิที่ก่อนหน้านี้เดินมาด้วยกันก็ดันหายไปซะงั้น คงจะเดินแยกไปตอนที่เขากำลังเหม่อล่ะมั้ง ช่างเถอะ ตอนนี้เขาคงต้องห่วงเงาหัวตัวเองก่อน . . .  มือขาวสั่นเล็กน้อยยามผลักบานประตูไม้แกะสลักเนื้อดีเข้าไป รู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บของไอเย็นที่แผ่ออกมา ภายในห้องมืดสนิท เท้าเล็กก้าวแทรกตัวเข้าไปอย่างระมัดระวังก่อนจะปิดประตู ซาสึเกะถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความโล่งอกที่ไม่เจอ ‘เขา’ ในตอนนี้

พรึ่บ

ดวงตาสีนิลคู่งามเบิกโพลงด้วยอารามตกใจ ห้องที่เคยมืดบัดนี้กลับสว่างขึ้นด้วยโคมไฟเล็กๆข้างเตียง เจ้าของมือหนาจับเชือกร้อยลูกปัดสั้นที่ใช้เป็นตัวบังคับเปิดปิดระบบไฟนั่งมองซาสึเกะด้วยท่าทีนิ่งสงบแบบทุกครั้ง สายตาที่ทอดมองไปยังเรือนร่างที่ถูกยูกาตะสวมทับอยู่เองก็ดูสงบเช่นกัน ไม่มีท่าทีเกรี้ยวกราดดั่งครั้งก่อน ถึงกระนั้นซาสึเกะก็ยังกลัวจนไม่กล้าขยับตัวอยู่ดี

นารูโตะไม่ได้พูดอะไร สายตายังคงจับจ้องที่เดิม มือหนากระตุกเชือกในมือซ้ำไปซ้ำมาช้าๆทำให้ห้องทั้งห้องเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างราวกับจะกดดันร่างเล็กที่ตอนนี้เปรียบเสมือนลูกกวางตัวน้อยแสนโชคร้ายเดินหลงเข้าถ้ำราชสีห์ จะหนีออกไปก็ไม่ได้ กวางน้อยที่ไม่รู้ว่ากรงเล็บของราชสีห์จะเข้ามาขย้ำตนเมื่อไหร่

พรึ่บ
พรึ่บ
พรึ่บ
พรึ่บ

“!!!” ทันทีที่ไฟทั้งห้องดับลงซาสึเกะที่ขดตัวกอดเข่าหลังชิดกับประตูอยู่นั่น แขนเล็กถูกกระชากขึ้นไปจนตัวลอยก่อนจะถูกเหวี่ยงลงบนเตียงขนาดใหญ่ สายตาของซาสึเกะเหมือนมืดบอดเพราะยังปรับโฟกัสในที่มืดไม่ได้ และไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกยกไปนั่งบนตักแกร่ง ซาสึเกะรู้สึกเจ็บบริเวณที่ราชันย์ถูกเนื้อต้องตัวราวกับว่าถูกของมีคมทิ่ม นารูโตะกอดรัดคนในอ้อมแขนแน่นเมื่อเด็กหนุ่มเริ่มดิ้น เสียงแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาข้างใบหูขาว “หายไปไหนมาเด็กดี”

“ปล่อย” ซาสึเกะเอียงหน้าหนีและพยายามลุกออกจากตัก มือหนาไล้ไปตามขาเนียนก่อนจะหยุดที่ข้อเท้าบาง

กริ๊ก

เสียงล็อคกุญแจทำเอาซาสึเกะสะดุ้งก้มลงมองเท้าข้างซ้ายของตัวเองที่ถูกโซ่เหล็กเส้นขนาดใหญ่แม้จะมองไม่เห็นแต่เขารู้สึกได้ถึงความหนักของมันพันธนาการอยู่ที่ข้อเท้าของตน ก่อนนารูโตะจะลากโซ่เส้นยาวมัดตรึงล่ามซาสึเกะไว้กับเสามุมเตียง “แกควรจะเชื่องกับฉันให้มากกว่านี้นะ”

“ป ปล่อย” ร่างเล็กยังคงพูดคำเดิมแม้ว่าจะรู้ตัวว่าพูดไปก็เหมือนสื่อสารกับอากาศอยู่ดี ราชันย์ในตอนนี้ไม่ฟังเขาเลยสักนิด ไม่สิ ไม่เคยฟังเลยต่างหาก ขาเรียวเริ่มขัดขืนโซ่โดยการดึงทึ้งไปมาแม้รู้ทั้งรู้ว่ายังไงก็ไม่หลุด แต่นารูโตะคงจะรำคาญเสียงมันไม่น้อยจนต้องยอมปล่อยเขาเป็นอิสระ …แต่ผลออกมาไม่ใช่แบบที่คิด น้ำหนักของร่างสูงยามขยับตัวบนเตียงทำให้สปริงยวบยาบตามแรงเคลื่อนที่ ซาสึเกะเริ่มรู้ตัวแล้วว่านารูโตะกำลังใกล้เข้ามา

“เหวอ?!” ข้อเท้าบางที่ถูกพันธนาการจู่ๆก็ถูกกระชากด้วยมือหยาบกร้านจนซาสึเกะตัวไถลนอนราบไปกับเตียงก่อนที่จะถูกคนตัวโตคร่อมทับ นารูโตะกระตุกเชือกเปิดโคมไฟขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ซาสึเกะเห็นตรงหน้ากลับไม่ใช่ราชันย์คนเดิม มณีที่เคยเปล่งแสงสีครามดูเยือกเย็นบัดนี้กลับแดงฉานเหมือนกับดวงตาของสัตว์ ริมฝีปากแสยะยิ้มเผยเขี้ยวแหลมๆที่พร้อมจะฉีกเนื้อเขาออกมา เล็บที่จิกตรึงข้อมือของเขาทั้งสองข้างก็ยาวและแหลมคมเหมือนกับเขี้ยว

หยดน้ำตาไหลออกมาด้วยความกลัวจนร่างเล็กควบคุมไม่ได้ มณีสีนิลสั่นไหวเบิกกว้างด้วยแรงตระหนกกลัวชายตรงหน้าจับใจ ร่างสูงก้มลงบดจูบกับคนใต้ร่างจนคมเขี้ยวบาดริมฝีปากทรงกระจับจนต้องเปิดออกรับลิ้นร้อนที่อีกฝ่ายส่งเข้ามาฉกชิงความหวานและลิ้มรสโลหิตของเด็กหนุ่มไปพร้อมๆกัน ลิ้นหนาตวัดเกี่ยวพันยาวนานจนซาสึเกะแทบขาดใจ สุดท้ายนารูโตะก็ต้องเป็นฝ่ายปล่อยริมฝีปากบางที่แดงเจ่อจากการบดจูบหนักหน่วงเมื่อครู่ให้เป็นอิสระเพราะกลัวเหยื่อจะชิงตายไปเสียก่อน

เสียงหอบหายใจโกยอากาศพร้อมกับแรงกระเพื่อมขึ้นลงที่อกของเด็กหนุ่มปลุกสัญชาตญาณดิบของนารูโตะที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้วโหมไฟให้มันมากขึ้นกว่าเก่า ร่างสูงฉีกกระชากชุดยูกาตะที่บัดนี้สภาพไม่ต่างกับเศษผ้าออกจนเผยร่างกายผอมบาง ผิวสีหยวกกล้วยนั้นชวนให้คนมองลากลิ้นตั้งแต่ซอกคอขาวหอมกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆผ่านยอดอกสีชมพูที่แข็งสู้กับลิ้นของเขาที่พาดผ่านไปอย่างไม่ใยดีมัน มือกร้านคว้าส่วนอ่อนไหวของคนใต้ร่างแบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาซาสึเกะตกใจหุบขาเผลองอตัวเพื่อปกป้องลูกรักจากการถูกรุกราน

“แกอย่ามีปัญหามากนักจะได้ไหม!!”

 

เพี๊ยะ

เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้านวลที่เต็มไปด้วยน้ำตาดังลั่นพร้อมๆกับหัวใจที่แตกสลายของซาสึเกะ ใบหน้าหวานหันไปตามแรงตบก่อนจะถูกมือหนากระชากผมให้หันกลับไปมอง “อ้าขาให้ฉันซะ ซาสึเกะ”

ซาสึเกะยอมทำตามแบบขัดไม่ได้ ขาเรียวค่อยๆยกขึ้นอ้าออกกว้างก่อนจะชันเข่าทั้งคู่ลงมาชิดอกตนเอง ทำให้นสรูโตะที่มองลงมาจากมุมบนแล้วพอใจกับภาพที่เห็นตรงหน้าไม่น้อย

“อึ่ก..” เสียงหวานเกือบเล็ดลอดออกมาเมื่อถูกก้านนิ้วแข็งแรงแตะเบาๆที่ช่องทางด้านหลัง ก่อนจะถูกขยี้จนก้านนิ้วจมหายเข้าไปในช่องทางรักเล่นเอาซาสึเกะยกมือปิดปากกลั้นเสียงครวญครางแทบไม่ทัน กล้ามเนื้อเต้นตุบๆบีบรัดนิ้วแกร่งของราชันย์จนอดใจที่จะหยอกเย้ามันกลับไปไม่ได้ กรงเล็บแหลมขูดเบาๆที่ช่องสวาท

“อ๊ะ ย..อย่าทำ” ซาสึเกะเผลอเปล่งเสียงออกไปอย่างลืมตัว สะโพกมนยกขึ้นบิดไปมาราวกับประท้วงอีกคน

“อยากไปนอนเล่นกับคุรามะสินะ” ไวเท่าความคิดราชันย์ปลดโซ่ที่ล่ามเขาไว้ที่เสาเตียงออกก่อนจะดึงกระชากโซ่ที่ติดกับขาเล็กลงจากเตียงไปที่ประตู ทำเอาซาสึเกะลุกจับโซ่ที่ขาตนไว้เพื่อยื้อกลับแม้จะสู้แรงไม่ได้ “ฮือ ปล่อยผม ผมขอโทษ!”

ซาสึเกะร้องไห้กระจองอแงราวกับเด็กน้อยถูกพ่อทำโทษ มือบางไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวเพราะลำพังเขาไม่อาจสู้แรงราชันย์ได้ จังหวะที่นารูโตะลากเขาผ่านประตูซาสึเกะได้ใช้มือจับกรอบประตูไว้แน่นไม่กลัวว่ามันจะหนีบมือ ทหารที่เฝ้ายามอยู่แถวนั้นก็ต่างตกอกตกใจที่จู่ๆซาสึเกะถูกล่ามโซ่โดนลากออกมาแถมยังกายเปลือยเปล่าอีก

“ปล่อยมือซะ!” นารูโตะยังคงดึงกระชากโซ่ลากเด็กหนุ่มให้ออกห่างประตู แต่ซาสึเกะกลับเกาะไว้แน่นแม้จะเจ็บขาที่ถูกดึงรั้งก็ตาม

“ก็บอกว่าไม่ไปไง ปล่อย!!” ซาสึเกะเองก็เลือดพยศตีขึ้นมาแล้วเช่นกัน สายตาของร่างเล็กเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวจ้องมองราชันย์กลับ

“หึ ก่อนจะปากดีเช็ดน้ำตาออกจากหน้าก่อนเถอะ เห็นแล้วมันน่าสมเพช!” นารูโตะกระชากโซ่อีกครั้งด้วยแรงอารมณ์จนซาสึเกะหลุดออกจากกรอบประตูไถลไปตามทางเดินตามแรงอีกคน ผ่านสายตาของทหารหลายรายแต่ราชันย์ก็ไม่คิดที่จะใส่ใจแถมยังตวัดสายตากร้าวใส่จนทหารทุกนายต้องออกจากบริเวณที่ประมุขลากเด็กหนุ่มผ่านไป บางส่วนก็รีบกลับศูนย์กองบัญชาการเพื่อแจ้งเหตุการณ์ให้คาคาชิทราบ

ร่างเล็กโดนลากถูลู่ถูกังจนเนื้อตัวที่เคยขาวสะอาดสะอ้านบัดนี้เปื้อนเปรอะไปด้วยคราบฝุ่น จากที่ร้องโวยวายมาตลอดทางพอมาถึงหน้ากรงขังขนาดใหญ่ที่สามารถจุนักโทษได้ถึงสิบคนซาสึเกะก็เลือกที่จะนิ่งเงียบเกรงว่าเสียงของตนจะไปปลุกสุนัขตัวสูงใหญ่ที่กำลังหลับไหลด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่ตอนนี้หูของมันเริ่มกระตุกเมื่อรับรู้การมาเยือนของเหยื่อ ดวงตาสีแดงฉานเหมือนกับนารูโตะเปิดขึ้นก่อนจะจับจ้องมาที่เขา

“ไม่เอา ไม่เอาแบบนี้..” ซาสึเกะพูดเสียงอ่อน ร่างกายกระถดถอยหลังให้ห่างจากกรงขังตามสัญชาตญาณ

“เข้าไปเล่นกับมันหน่อยสิ” แม้จะดูเป็นประโยคขอร้องแต่การกระทำช่างสวนคำพูด ราชันย์ยกเท้าเตะเข้าที่หลังของเด็กหนุ่มจนล้มหน้าทิ่ม ซึ่งจุดนั้นก็ใกล้กับซี่กรงคุรามะมากทีเดียว …

เมื่อรู้สึกถึงอันตรายที่กำลังตรงดิ่งเข้ามาซาสึเกะก็ดีดตัวออกทันก่อนที่กรงเล็บของคุรามะจะมาต้องผิวกาย เสียงขู่ของมันยังดังขึ้นเป็นระยะๆ ราวกับว่าหลุดจากกรงได้เมื่อไหร่จะขย้ำคอทันทีเสียอย่างนั้น ซาสึเกะมองเจ้าคุรามะกับเจ้าของของมันที่กำลังเหยียดยิ้มมองเขากลับสลับกันไปมา

เหมือนกันราวกับว่าทั้งคู่คือร่างอวตารของกันและกัน

“ผม…อยากกลับแล้ว” จู่ๆซาสึเกะก็มีท่าทีอ่อนลง มือเล็กกำโซ่พลางมองช้อนใช้สายตาออดอ้อนสุดพลัง

“คิดว่าง่ายขนาดนั้นเลย?” แต่ผู้ใหญ่ก็มักจะอยู่เหนือเกมส์ของเด็กเสมอ

“นะครับ ขอให้ผมได้อยู่รับใช้ราชันย์ในคืนนี้” แต่ร่างเล็กยังคงดื้อดึงยื้อชีวิตต่อ ลิ้นเล็กเริ่มโลมเลียนิ้วแกร่งราวกับว่าเป็นขนมหวาน

“คุรามะก็น่าจะชอบสิ่งที่แกทำให้ฉันนะ หึ” สิ้นเสียงประตูที่ถูกปลดล็อคเมื่อสักครู่ก็เปิดออกก่อนร่างทั้งร่างจะถูกโยนเข้าไป “!!!”

ทันใดนั้นคาคาชิที่โผล่พรวดเข้ามารีบกระตุกเชือกดึงตัวซาสึเกะกลับมาก่อนที่คุรามะจะถึงตัวเขา มือหนารีบกดล็อคประตูปิดทันเพื่อกันคุรามะออกมาอาละวาดข้างนอก
แค่ราชันย์ของเขาคนเดียวก็เหนื่อยแทบแย่แล้ว อย่าปล่อยออกมาให้ครบองค์เลย ..

“ยุ่งอะไรวะ!” ราชันย์ดึงตัวคาคาชิที่กำลังคลุมผ้าให้ซาสึเกะอยู่จนชายหนุ่มตัวสูงล้มตามแรงเหวี่ยง “ขอประทานอภัยขอรับแต่ถ้าท่านยังคงควบคุมตัวเองไม่ได้กระผมคงต้องเป็นคนรับผิดชอบ”

วี้ดดดดด

เสียงนกหวีดที่ใช้สำหรับควบคุม ‘สัตว์’ดังขึ้น ทั้งนารูโตะทั้งคุรามะต้องลงไปนอนกองกับพื้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

ใบหน้าของราชันย์บัดนี้แดงก่ำด้วยความเครียดที่กำลังพุ่งสูง นอนขดตัวยกแขนขึ้นปิดบังหูทั้งสอง ปากขยับส่งเสียงร้องทรมาณกู่ก้องไปทั่วบริเวณแข่งกับคุรามะ ความทรงจำยามเด็กหวนกลับมาอีกครั้ง
ตอนเด็กที่ยังปรับตัวเป็นลูกมนุษย์ธรรมดาๆไม่ได้ก็ต้องโดนอะไรแบบนี้เสมอ พ่อมันตายไปแล้วก็ยังส่งลูกมาทรมาณกันอีก

นารูโตะเหลือบมองคาคาชิที่ยังคาบนกหวีดอยู่ เกิดเป็นภาพซ้อนทับของพ่อลูกคู่นี้ “พ พอได้แล้ว”

นารูโตะที่สภาพร่างกายกลับเป็นปกติแล้วยกมือปรามคนสนิท ก่อนจะค่อยๆยันตัวลุกนั่งขัดสมาธิพลางสะบัดหัวไล่ความมึนความเจ็บปวดก่อนหน้านี้ออกไป ใบหน้าคมเงยขึ้นสบตากับร่างเล็กที่ลอบมองอยู่ทางด้านหลังคาคาชิ

“ราชันย์ยังคงต้องการให้เด็กคนนี้เข้าไปรับใช้อยู่ไหมขอรับ? เราสามารถส่งเขากลับแล้วนำอุจิวะคนใหม่มาแท-”

“ไม่ต้อง” พูดจบก็เดินนำลิ่วออกไปทิ้งซาสึเกะนั่งสับสนอยู่ทางด้านหลัง

“นั่งนิ่งทำไมเล่า รีบตามไปเดี๋ยวท่านก็โกรธอีกหรอก” คาคาชิหันมาพูดกับอีกคน

“แล้วถ้าเขาเกิดบ้าขึ้นมาอีกล่ะ”

“ท่านจะเป็นแบบนั้นแค่ตอนคลั่งเท่านั้นแหละ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว”

“ขอบคุณครับ สำหรับทุกอย่าง” ซาสึเกะยิ้มบางๆก่อนจะรีบคลุมผ้าบนตัวดีๆแล้วเดินตามหลังราชันย์ไปอย่างทุลักทุเลเพราะความหนักของโซ่ที่รั้งขาไว้
ฉันก็ให้นายได้เท่านี้แหละซาสึเกะ ..

ทันทีที่ก้าวเข้าห้องมาก็เห็นแผ่นหลังของร่างสูงนอนอยู่บนเตียงโดยไม่หันมามองผู้มาใหม่เพียงสักนิด ซาสึเกะเลือกที่จะนั่งอยู่กับพื้นเพราะเนื้อตัวเขาตอนนี้มอมแมมเหมือนลูกหมาสุดๆ “ขึ้นมา”

ซาสึเกะยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่ อะไรกันเดี๋ยวผีเข้าเดี๋ยวผีออก แต่ก็ยอมขึ้นมานั่งจุมปุ้กอยู่บนเตียงแต่โดยดี

“เจ็บตรงไหนบ้าง?” นารูโตะพลิกตัวกลับมาหาเด็กหนุ่ม

“ไม่เจ็บครับ” ไม่เจ็บหรอก แค่เกือบเป็นอาหารหมา

“ขอโทษ”

“?” ซาสึเกะงง งงมากๆด้วย นกหวีดทำลายสมองหรือยังไง?

“จริงๆฉันเอานายมาเพราะนายเป็นอุจิวะที่เกิดใกล้เคียงกับลูกๆของฉัน …ฉันเอ็นดูนายเหมือนลูกคนหนึ่ง”

“ห ห้ะ? ครับ?” อ้าวแล้วที่เข้ามาแทงเอาๆทุกคืนนี่หมายความว่าไง???

“…แล้วก็เอามาแทนเมียที่จากไปแล้วด้วย” อ๋อ ..

นารูโตะคงจะดูสีหน้าสงสัยโคตรๆของเขาออกถึงอธิบายให้ฟังตรงจุดขนาดนี้ “ฉันไม่เคยเลี้ยงลูกก็เลยไม่รู้จะเข้าหานายยังไง”
“ก็เลยจบที่การทำร้ายกันเพื่อสร้างไมตรีสินะครับ” โอ้ยอยากด่า ขอเหน็บหน่อยแล้วกัน
“ก็ดื้อด้วยไม่ใช่หรือไง?”
“แค่ช่วยยกกระถางยั-”

“พอเถอะ”ราชันย์ดูจะเลี่ยงการพูดเรื่องนี้อีกครั้ง

“มันคงจะสำคัญมากสินะครับ” เสียงซาสึเกะอ่อนลง สายตามองอีกคนอย่างค้นหาคำตอบ
“เถ้ากระดูกลูกเมียฉันอยู่ในนั้น พอใจหรือยัง?”

“ยังครับ ผมยังคาใจเรื่องราชันย์กับคุรามะ”

“อยากรู้??”

“ครับ”

“เชื่อในสิ่งที่แกเห็นก็พอ”

เมื่อเสียงทุ้มกล่าวจบก็ดึงเด็กน้อยข้างกายลงมาประกบจูบ จูบที่อ่อนหวานไร้ความก้าวร้าวดั่งเช่นที่ผ่านมา ลิ้นร้อนค่อยๆไต่ชิมละเลียดน้ำหวานแต่ก็ยังไม่ดูดปากเพราะเห็นว่ามันทั้งช้ำทั้งฉีกจากฝีมือเขายามถูกสันดานดิบควบคุม มือหนาปลดเปลื้องเสื้อคลุมของคาคาชิบนตัวเด็กน้อยของเขาออก

“ตัวผมเปื้อนอยู่นะ” มือเล็กดันไหล่อีกคนเบาๆเมื่อลิ้นร้อนเริ่มละเลงบนตัวเขา แต่นารูโตะก็ไม่ได้สนใจริมฝีปากยังคงจรดอยู่ที่เรือนกายขาวบอบบาง ก่อนจะเข้าครอบครองยอดอกสีชมพูเพียงครู่แล้วผละออกมากางขาซาสึเกะออกก่อนจะแทรกตัวเข้าไป

“นายว่าฉันเป็นตัวอะไรล่ะ?”

“ห หา? ก็..ฝาแฝดคุรามะมั้ง” คำตอบที่ได้ทำเอานารูโตะหัวเราะท้องแข็ง ซึ่งนานมากแล้วที่เขาไม่ได้หัวเราะแบบนี้ …
“งั้นนายก็ว่าฉันเป็นหมาสินะ” ใบหน้าหล่อคมยังคงยิ้มขำ

“เปล่านะครับ” ซาสึเกะรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

“แล้วรู้ไหมว่าน้ำลายหมามันสมานแผลได้”

“เอ๋? อ อ๊าา” จากเสียงร้องด้วยความสงสัยต้องแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางทันทีเมื่อร่างสูงส่งลิ้นหนาเข้ามาในตัวของเขา ซาสึเกะรู้สึกแปลกๆเพราะคนที่กำลังเอาหน้าซุกหว่างขาเขาในตอนก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรให้แบบนี้เลยสักครั้ง ความตื่นเต้นยิ่งปลุกอารมณ์ดิบในตัวเขาเช่นกัน มือบางกดเข้าที่ศีรษะของราชันย์ให้ลิ้นเข้ามาสัมผัสกับช่องสวาทได้ลึกกว่าเดิมอย่างลืมตัว

ลิ้นหนากวาดเลียวนซ้ำๆบริเวณจุดกระสันทำเอาร่างบางสะท้านยกสะโพกขึ้นสู้กับลิ้นเขา เสียงครวญครางแห่งความสุขดังออกมาไม่ขาดสาย

นี่น่ะหรือที่เขาเรียกว่าร่วมรัก? มันสุขกว่าการร่วมเตียงที่เขาเคยประสบพบเจอมาตลอดขนาดนี้เลยหรือ?

ด้วยความที่เวลาเจ้าตัวเล็กตรงหน้านี่มีอารมณ์เมื่อไหร่จะเอาแต่ใจตัวเองเมื่อนั้นไม่เคยเปลี่ยน นั่นทำให้เขาขัดใจขึ้นมานิดๆ
ย้ำว่าแค่นิดๆ . . .
ราชันย์ผละหน้าออกจากหว่างขาเด็กหนุ่มได้เพียงครู่มือเล็กก็ดันหัวอีกคนเข้าไปใหม่แต่นารูโตะกลับต่อต้านกลับเช่นกันด้วยการเอาทั้งฝ่ามือกั้นระหว่างใบหน้าหล่อคมกับช่องทางด้านหลังอีกคน ซาสึเกะส่งเสียงฮึดฮัดอย่างที่ชอบทำยามมีคนขัดใจ
“ตาฉันแล้ว” ร่างสูงอุ้มเด็กหนุ่มที่ยังหน้างอคิ้วผูกกันเป็นปมขึ้นบนตักก่อนจะปลดซิปดึงลูกชายขึ้นจ่อกับช่องทางสีหวานที่กำลังตอดตุบๆรอการเติมเต็มจากอีกฝ่าย
“อึ่ก อืออ” ซาสึเกะครางเสียงเบา ความรู้สึกปวดแน่นจุกอยู่ในท้องทันทีที่ราชันย์สอดใส่เข้ามา เสียงครางทุ้มต่ำจากลำคอแกร่งส่งเสียงแข่งกับเสียงหวานที่ร้องกระเส่าเมื่อยามถูกกระแทกเฉียดที่จุดกระสันราวกับโดนแกล้ง ใบหน้าหวานถูกดึงไปจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเจ็บแผลไปหมด
“อา เด็กดี อืมม แน่นชิบ” คำพูดหยาบโลนต่างๆนานาถูกพ่นออกมาจากร่างสูง ซาสึเกะเองที่แรงอารมณ์พุ่งทะยานมาสูงแล้วสะโพกก็ทำงานอัตโนมัต ขยับร่อนเอวอย่างลืมอายบนตักแกร่ง
นารูโตะเคลื่อนย้ายตัวเองที่เชื่อมกับอีกคนไปที่โต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกบานโตก่อนจะกวาดของที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้นลงพื้นแล้ววางคนตัวเล็กลง มือหนาจับเอวบางหมุนไปอีกทิศจนแผ่นหลังบางชนกับอกแกร่ง นารูโตะที่ยืนเต็มความสูงจับขาเรียวชันขึ้นเป็นรูปตัวเอ็ม ซาสึเกะนั่งพิจารณาตัวเองในกระจกได้เพียงครู่แรงกระแทกก็ส่งเข้ามาดังเดิม
“ดูตัวแกสิ อึ่ก… ฉันเกลียดชะมัด” ร่างสูงกระตุกยิ้มมุมปากขึ้นอีกครั้ง มือหนาข้างที่ว่างล็อคใบหน้าอีกคนให้มองกระจก
“อ่า อ อ๊ะ ทำไ ม” เด็กหนุ่มถามขณะที่ดวงตาจ้องไปที่ช่องทางด้านหลังของตนยามถูกสอดใส่ เนื้อที่อยู่ข้างในปลิ้นออกมาตามแรงกระแทกเป็นจังหวะ ใบหน้าของตนขึ้นสีแดงจัด
“แกน่ะ ซี๊ดส์ ชอบทำตัวร่านสวาทฉันอยู่เรื่อย อ่าาห์ กลัวฉันไม่หลงหรือ?”
“แล้วหลงมั้ย?” ซาสึเกะแกล้งถามกลับ ราชันย์ไม่ตอบเพราะอารมณ์มาถึงขีดสุด เร่งเครื่องจนร่างบางเองก็ถึงจุดหมายพร้อมกับราชันย์ คราบน้ำรักที่ปะปนกันมั่วไปหมดไม่สามารถหาคนทำกระจกเปรอะเปื้อนได้

นารูโตะอุ้มอีกคนวางบนเตียงก่อนจะแต่งตัวให้เรียบร้อยเตรียมออกไปนอนที่อื่นดั่งเช่นทุกคืน

“คืนนี้ไม่ไปได้ไหม?..”
ซาสึเกะรั้งชายเสื้ออีกคนไว้ส่งสายตาละห้อย นารูโตะชะงักก่อนจะลูบหัวอีกคนเบามือ
“ไม่ได้ ฉันต้องไปนอนกับลูกเมียฉันสิ” ร่างสูงกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ
“ไหนบอกว่าเอาผมมาแทนพวกเขาไง”
“มันก็แค่หน้าที่ นายแค่เป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย ตกดึกก็ทำหน้าที่เมียให้ฉันไง”
“สุดท้ายก็ไปนอนที่อื่นเนี่ยนะ?”
“อืม โทษทีนะ”
ก็เป็นดั่งเช่นทุกคืน แม้คืนนี้จะเป็นการร่วมรักครั้งแรกแต่ก็จบที่สุดท้ายเขาก็ต้องนอนกอดตัวเองเหมือนเดิม

END.
อีกหน่อยเลาก็คงจะเจอกันบ่อยขึ้นแล้วนะอิ้อิ้

Advertisements